[SF - WonHyuk] Eternally by kobamura

posted on 14 Sep 2013 23:49 by kobamura in ShortFiction directory Fiction
Title :: Eternally
Pairing :: WonHyuk 
Author :: kobamura
Rating :: PG – 13
Author’s Note :: เรื่องทุกอย่างเป็นเพียงแค่เหตุการณ์สมมติ  อ่านเพื่อความบันเทิงนะคะ

*หมายเหตุ*
ฟิคเรื่อง Eternally นี้อยู่ในโปรเจค WonHyuk 4orever project อยู่ในเล่มที่ 1 (เล่มเขียว) หน้า 56-77
 
 
 

Eternally

 

            มือที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัยเอื้อมลงไปหยิบกระป๋องน้ำจากตู้กดอัตโนมัติ นัยน์ตาคมมองนมโซดาสองกระป๋องในมือก่อนจะคลี่ยิ้มอ่อนโยน เมื่อได้ของที่ต้องการก็ก้าวเท้าไปตามทางเดิน

 

            “แต่งงานกันนะ!!!”

 

                ด้วยความที่เป็นคนร่างสูงใหญ่อีกทั้งน้ำเสียงอันทรงพลังและท่าทางการโค้งตัวมอบดอกไม้ช่อโตอย่างเคอะๆเขินๆให้เด็กหนุ่มหน้าหวานที่อยู่ตรงหน้า ส่งผลให้ทั้งคู่กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งสวนสาธารณะ ริมฝีปากคลี่ยิ้มเอ็นดูให้กับภาพตรงหน้าก่อนที่จะก้าวเท้าเดินต่อไป

 

            ‘อยู่ด้วยกัน...ตลอดไปนะ’

 

 

 

                เท้าที่เดินมาตามทางอิฐหยุดลงที่อิฐแผ่นสุดท้าย ก่อนที่สายตาจะพุ่งไปหาร่างเล็กๆที่กำลังนั่งเหยียดขายาวอยู่ที่ม้านั่ง ร่างบอบบางกำลังเอนไปมาราวกับใบไม้ที่ต้องลมอ่อนๆ รอยยิ้มที่ประดับริมฝีปากนั้นบอกได้เป็นอย่างดีว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ที่มีความสุขมากขนาดไหน

                “แดดร้อนขนาดนี้ยังยิ้มได้อีกนะ” เอ่ยเสียงแผ่วเพราะรู้ดีว่าพูดให้ตายก็คงดึงความสนใจคนตัวเล็กไม่ได้ เด็กหนุ่มยกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะแนบกระป๋องน้ำเย็นเฉียบไปที่แก้มของคนที่กำลังหลับตาพริ้ม อดหัวเราะไม่ได้ที่เห็นอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือกก่อนจะถลึงตาใส่เขาอย่างงอนๆ

                “ให้” ออกแรงดันกระป๋องไปอีกนิดเพื่อยืนยันเจตนา ถึงแม้จะงอนที่ถูกแกล้งไม่น้อย แต่มือเล็กๆนั้นก็รับนมโซดากระป๋องนั้นไปเปิดดื่ม

                “............” ไม่ต้องมีบทสนทนาอะไรมากมายสำหรับพวกเขา ซีวอนจึงเพียงแค่หย่อนตัวลงนั่งข้างๆแล้วเปิดกระป๋องนมโซดาดื่มบ้าง ลมอ่อนๆกระตุ้นให้เอนหลังพิงพนักม้านั่ง พอหันไปเห็นคนข้างๆกลับไปหลับตาพริ้มอีกครั้งก็คร้านจะแกล้ง สุดท้ายก็หลับตาลงบ้าง คนกำลังผ่อนคลายจนเกือบเคลิ้มหลับถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อแก้มถูกแนบด้วยกระป๋องเย็นๆ ถึงความเย็นจะสู้ตอนแรกที่เขาแกล้งฮยอกแจไม่ได้ แต่มันก็ยังเย็นมากอยู่ดี

                “เอาคืนงั้นหรอ?! ร้ายกาจนะเนี่ย!” พุ่งเข้าหาคนที่ลุกหนีไปยืนหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะวิ่งไล่จับกันไปรอบสวนสาธารณะ สุดท้ายก็จบลงที่เดินกอดคอกันกลับบ้าน

 

            เป็นแบบนี้...ทุกวัน 

 

 

 

                “วันนี้ครูที่โรงเรียนให้ทำการ์ดล่ะ” บอกยิ้มๆกับคนที่นั่งเอนหลังกับม้านั่งก่อนจะยื่นการ์ดใบหนึ่งให้

                “.................” พอเห็นสีหน้าคนรับดูจะงงๆ ซีวอนจึงค่อยๆอธิบายเป็นภาษามือให้รู้ว่าการ์ดใบนี้เขาตั้งใจทำมาให้ฮยอกแจ แล้วรูปที่อยู่หน้าการ์ดก็คือเทวดาหนูยิ้ม

                “เทวดาหนูยิ้มจะอวยพรให้นายมีความสุขตลอดไป” ฮยอกแจยิ้มบางให้กับคำบอกนั้น ก่อนจะตอบเป็นภาษามือกลับไป

                [...แค่มีซีวอนอยู่ด้วย ฮยอกแจก็มีความสุขแล้ว...]

                “.................” ท่าทางหงอยๆกับแววตาหม่นๆของคนตัวสูงกว่า กระตุ้นให้มือเล็กเอื้อมไปกระตุกชายเสื้ออีกฝ่ายเบาๆ

                [...ไม่ได้หรอ?...] คำถามนั้นยิ่งทำให้ซีวอนก้มหน้าลงยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะค่อยๆส่งภาษามือกลับไปให้เพื่อนตัวเล็กที่เริ่มหน้าเสีย

                “ขอโทษนะฮยอกแจ แต่ที่บ้านฉันกำลังจะย้ายไปอเมริกา ฉันคงต้องไปต่อมัธยมปลายที่นั่น...” ฮยอกแจมองดูภาษามือของอีกฝ่ายแล้วนิ่งงันไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าถามด้วยมือสั่นๆ

                [...จะกลับมา...อีกไหม?...]

                “..................” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลำคอที่เริ่มตีบตันหรือไม่รู้จะตอบคำถามนี้ยังไงให้รักษาน้ำใจฮยอกแจให้ได้มากที่สุด ซีวอนจึงเลือกที่จะส่ายหน้าแทนคำตอบว่าเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะกลับมาที่นี่อีกเมื่อไหร่...จะได้กลับมาอีกหรือเปล่าตัวเขาเองยังไม่รู้เลย

                สุดท้ายแล้วก่อนที่ครอบครัวชเวจะย้ายไปอเมริกา ฮยอกแจก็ไปหาซีวอนที่บ้านพร้อมกับกล่องของขวัญเล็กๆหนึ่งใบ ข้างในเป็นสร้อยข้อมือที่ฮยอกแจร้อยเองกับมือ ลูกปัดทำจากเรซิ่นที่หล่อขึ้นเองพร้อมเขียนข้อความไว้ที่ละตัวอักษรเรียงร้อยต่อกันเป็นข้อความ

 

            ‘...มีความสุขตลอดไป...’

 

 

 

                “เดี๋ยวเสร็จออร์เดอร์นี้ก็พักก่อนนะ ที่เหลือไม่ใช่งานเร่งอะไร” แรงแตะเบาๆที่ไหล่เรียกให้คนที่กำลังขะมักเขม้นจัดช่อดอกไม้เงยหน้าขึ้นมองก่อนจะพยักหน้ารับให้พี่สาว

                “ถ้าเหนื่อยๆก็ไปนั่งเล่นที่ร้านกาแฟพี่บ้างก็ได้นะ พนักงานร้านเราก็ใช่ว่าจะไม่มี ฮยอกแจไม่ต้องลงมือทำเองก็ยังได้” พอเห็นน้องชายกลับไปให้ความสนใจกับงานในมือต่อ โซราก็อดที่จะทอนถอนใจไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องแตะไหล่เรียกน้องชายให้หันมาคุยกันอีกครั้ง

                [...ฮยอกแจอยากทำ อยู่นิ่งๆฮยอกแจยิ่งเบื่อ จัดดอกไม้แค่นี้ไม่ใช่งานหนักอะไรซักหน่อย พี่โซราอย่าห่วงฮยอกแจเกินเหตุสิ...]

                “......................” พอเห็นน้องชายตอบกลับมาด้วยภาษามืออย่างใจเย็นแบบนั้นก็ได้แต่ถอนใจหนักๆ แบบนี้หน่ะหรือที่ไม่ให้เป็นห่วง ปกติฮยอกแจก็เป็นคนที่จริงจังกับงานอยู่แล้ว แต่ช่วงนี้ยิ่งจริงจังชนิดที่เรียกได้ว่าเข้าขั้นโหมงาน หากงานที่ร้านดอกไม้ว่างก็จะเดินมาทำงานร้านกาแฟของโซราที่อยู่ติดกัน ราวกับว่าถ้าอยู่นิ่งๆเพียงแค่เสี้ยวนาทีลมหายใจอาจจะสะดุดหายไป ทุกคนที่บ้านหรือแม้แต่พนักงานในร้านต่างก็เป็นห่วงด้วยกันทั้งนั้น ถึงแม้สมควรจะชินเพราะฮยอกแจก็เป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ แต่สำหรับคนเป็นพี่...ไม่ว่าเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ไม่สามารถมองข้ามไปได้

                โซรามองไปรอบร้านที่ตกแต่งด้วยโลโก้ที่ฮยอกแจเรียกว่า ‘เทวดาหนูยิ้ม’ โซรารู้ดีว่าเทวดาหนูยิ้มที่ว่าเป็นรูปวาดของใคร และที่น้องชายของตัวเองต้องโหมงานเป็นบ้าเป็นหลังแบบนี้ เพราะเดือนนี้เมื่อสิบปีก่อนเป็นช่วงที่ซีวอนย้ายตามครอบครัวไปอเมริกา ใช่แล้ว...สิบปีผ่านไป...แต่ดูเหมือนฮยอกแจไม่เคยลืมช่วงเวลาเหล่านั้นเลย ดูจากสร้อยลูกปัดเรซิ่นที่ฮยอกแจใส่เอาไว้ตลอดนั่นก็คงยืนยันทุกอย่างได้ดี

               

            ตลอดไปที่ฮยอกแจเคยบอกเอาไว้เมื่อตอนนั้น... 

            มันคงจะตลอดไปจริงๆ 

 

 

 

                “ครับๆ คุณแม่ ทราบแล้วครับ ดอกไม้ที่สวยที่สุด ช่อใหญ่ที่สุดสำหรับลูกสาวสุดที่สุดรักนะครับ ครับๆ ให้เวลาผมหน่อยนะครับ คุณแม่ก็รู้ว่าผมเพิ่งกลับมาเกาหลีหลังจากไม่ได้กลับมาเกือบสิบปีนะครับ ผมต้องขับรถเซอร์เวย์เส้นทางก่อนสิครับ งานเปิดร้านของจีวอนก็ตั้งอาทิตย์หน้า คุณแม่จะรีบไปไหนครับ ครับๆ ขอโทษครับ จะไม่แซวอีกแล้วครับ ครับๆ สวัสดีครับ” ชายหนุ่มกดวางสายด้วยรอยยิ้มก่อนจะสอดสายตาหาร้านดอกไม้ตามคำสั่งของคุณแม่ไปตามข้างทาง ถ้าได้ร้านดอกไม้ที่อยู่ใกล้ๆบ้านก็ดีสินะ หรือจะเป็นร้านที่อยู่ในระแวกร้านของจีวอนดีนะ เอาเป็นว่าเจอร้านไหนก็เอาร้านนั้นก่อนก็แล้วกัน เอาแบบนั้นแหละ

                “หือ?....” เผลอเบรคเอี๊ยดเมื่อเห็นร้านดอกไม้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเสียจนได้ยินเสียงเบรคตามหลังพร้อมเสียงแตร์ดังสนั่น ชายหนุ่มนึกด่าตัวเองในใจก่อนจะพาพาหนะคันหรูเลียบจอดริมถนนอย่างใจเย็น นับว่าโชคดีที่ยังไม่เกิดอุบัติเหตุ ไม่งั้นเขาคงโดนที่บ้านบ่นที่ก่อเรื่องตั้งแต่วันแรกที่กลับมาเหยียบแผ่นดินแม่ เมื่อหาที่จอดรถได้เรียบร้อย ซีวอนก็รีบลงมาจากรถแล้วมองไปร้านดอกไม้ฝั่งตรงข้ามก่อนจะร้องครางอย่างไม่เชื่อสายตา

                “เทวดาหนูยิ้ม...ไม่จริงหน่า...” มองซ้ายมองขวาก่อนจะรีบข้ามถนนไป ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ร้า