[SF - WonHyuk] Beauty the Series -YOU'RE MINE- 2/2 by kobamura

posted on 16 Jul 2013 21:15 by kobamura in ShortFiction directory Fiction

Title :: You’re Mine!!! -last-

Pairing :: WonHyuk

Author :: kobamura

Rating :: NC-17

Author’s Note :: เรื่องทุกอย่างเป็นเพียงแค่เหตุการณ์สมมติ  อ่านเพื่อความบันเทิงนะคะ

 

 

อะบาล่ะฮึ่มมมมม

คือ...พร้อมไหม? มันค่อนข้างยาวนะ ^^

 

 

 


 

หลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายแบบทุกอย่างไปได้ด้วยดี บรรดาทีมงานและนายแบบต่างเตรียมตัวไปเลี้ยงฉลองในผับที่คุณแดเนียลจองเอาไว้ให้แล้ว แว่วว่าถ้าจัดการธุระเสร็จคุณแดเนียลอาจจะตามมาสมทบด้วยเช่นกัน ร่างบางในชุดไหมพรมสีครีมนั่งฟังรายละเอียดทุกอย่างจนจบก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายเตรียมตัวจะกลับเต็มที่ เพราะงานเลี้ยงหลังเลิกงานเป็นอะไรที่เขาไม่ค่อยได้เข้าร่วมอยู่แล้วถ้าไม่มีพี่อีทึกอยู่ด้วย

 

“อ้าว...ไม่ไปด้วยกันหรอฮยอกกี้?” เป็นนายแบบลูกครึ่งคนหนึ่งที่เอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นร่างบางกำลังขอตัวกลับ อึนฮยอกหันมายิ้มให้ก่อนจะตอบ

 

“คือ...ฉันไม่ค่อยเข้าพวกผับเท่าไหร่ แล้วก็ไม่ชอบพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย”

 

“รายนี้พี่เขาหวงหน่ะ” ฮาราเอ่ยพร้อมกับหัวเราะเมื่อเห็นนายแบบตัวน้อยหันมาทำหน้ามุ่ยใส่

 

“อะไรกันหน่ะ...นายเลี่ยงตลอดเลย คราวก่อนก็ไม่ยอมมาทั้งที่นัดกันไว้แท้ๆ งานนี้ห้ามเบี้ยวนะ ที่งานมันไม่ได้มีแค่เหล้ากับเบียร์หรอกหน่า เดี๋ยวสั่งน้ำผลไม้หรือโคล่าให้ก็ได้ โอเคป่ะ?” เมื่อถูกเอ่ยชวนเสียขนาดนั้นเลยไม่รู้จะปฏิเสธยังไง แล้วยิ่งมินวูเอ่ยขึ้นมาว่าเดี๋ยวดูแลทุกอย่างให้ อึนฮยอกจึงยอมตกลง ซึ่งร่างบางก็ถูกนายแบบลูกครึ่งที่ชื่อเจสันกอดคอพาไปขึ้นรถตู้ของโมเดลลิ่งทันที

 

“ระวังหน่อยก็ดีนะ...” ซีวอนหันมามองเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆกันอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก

 

“อะไรของแกวะ” คุณตากล้องเพียงแค่ไหวไหล่

 

“ก็แค่อยากบอกว่า...เจสันมันไม่ธรรมดา” เอ่ยบอกแค่นั้นแล้วเดินไปสมทบกับทีมงานที่กำลังทยอยกันออกไปด้านนอก ปล่อยให้ร่างสูงยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ตรงนั้นโดยไม่คิดจะไขข้อข้องใจอะไรอีก ซีวอนมองมือที่เปลี่ยนจากกอดคอเป็นโอบเอวบางไว้หลวมๆแล้วคิ้วกระตุกชอบกล หากขายาวกลับก้าวตามไปอย่างเชื่องช้าเพราะยังไงเขาก็ไม่ได้ไปกับรถของโมเดลลิ่งอยู่แล้ว ริมฝีปากได้รูปกระตุกยิ้มเย็น

 

ไอ้นายแบบลูกครึ่งนั่นคงไม่รู้ตัวว่ากำลังจะไม่มีเงาหัวถึงได้มารุ่มร่ามกับคนของเขาอยู่แบบนี้สินะ...

 

 

“เฮ!” เสียงไชโยดังขึ้นพร้อมกับเสียงแก้วนับสิบกระทบกันบ่งบอกว่าเวลาฉลองได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ทุกอย่างดูเรียบร้อยดีเมื่อโซนที่คุณแดเนียลจองไว้ให้เป็นโซนวีไอพีชั้นสองของร้าน งานสังสรรค์จึงไม่มีคนนอกเข้ามารบกวนอย่างที่เป็นกังวลกัน ทุกคนต่างกินดื่มกันอย่างเต็มที่ให้สมกับที่ทุ่มเทให้กับงานไปตั้งแต่เริ่มโปรเจคจนจบงานในวันนี้ โจคยูฮยอนเดินคุยกับกลุ่มนั่นกลุ่มนี้ตามประสาคนกว้างขวางก่อนจะพาตัวเองมายืนแหมะข้างๆเพื่อนร่างสูงที่ยืนจิบเครื่องดื่มคนเดียวเงียบๆอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง

 

“เหมือนเด็กน้อยเลยเนอะ” เป็นอีกครั้งของวันที่ซีวอนจะต้องปลายหางตามามองเพื่อนด้วยสายตาที่ระอาเต็มทน

 

“ถ้าเมาแล้วจะพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้ ฉันว่าแกไปซุกผู้หญิงซักคนที่เต้นอยู่ข้างล่างจะดีกว่านะ” คยูฮยอนหัวเราะเมื่อสามารถแกล้งเพื่อนให้หงุดหงิดได้สำเร็จ เป็นเพื่อนกันมาขนาดนี้ทำไมจะไม่รู้ว่าเวลาที่ไอ้โย่งนี่กำลังให้ความสนใจกับ “อะไร” บางอย่างอยู่ อย่าได้เข้าไปขัดจังหวะเชียว คราบซาตานจะออกมาแทนหน้ากากเทพบุตรของมันเชียวล่ะ

 

“ก็แค่จะบอกว่าอึนฮยอกเนี่ยน่ารักเหมือนเด็กน้อยเลยเนอะ มาสังสรรค์กันทั้งที กินได้แค่โคล่าอ่ะ แถมยังมีพี่มินวูเป็นผู้ปกครองคอยดูไม่ห่างด้วย” แทบจะสะดุ้งแหย่ต่อไม่ได้เมื่อทันทีที่จบคำชมว่าน่ารัก สายตาพิฆาตก็กราดเข้ามาปะทะทันที นี่ถ้าไม่ได้เป็นเพื่อนกันมานาน เขาอาจจะโดนชกปากแตกไปแล้วก็ได้ โจคยูฮยอนหรี่ตามองเพื่อน เขาว่าเขาเริ่มจับสัญญาณอะไรบางอย่างได้ชัดขึ้นแล้วล่ะ

 

“ถามหน่อยเถอะ เมื่อกี้อ่ะ...แกโมโหหรือว่าแกหึงที่ฉันชมอึนฮยอกต่อหน้าแก? ตอบมาตามตรงถ้าแกยังเห็นฉันเป็นเพื่อน”

 

“จะรู้ไปทำไม”

 

“ฉันว่าคืนนั้นมันต้องมีอะไรมากกว่าที่ฉันคิดแล้วว่ะ แกบอกว่าแกจะแกล้งให้เขาอับอายแล้วหายไปจากชีวิตแกกับจีอา แต่ที่ฉันเห็นนี่...ฉันว่าเขาหนีแกแล้วนะ แต่แกอ่ะวิ่งไล่แล้วรั้งไม่ให้เขาไป” ร่างสูงยกออนเดอะร็อคขึ้นจิบก่อนจะยิ้มให้เพื่อนตัวดีที่เหมือนมันจะรู้จักเขาไปหมดทุกอย่าง

 

“ก็...ไม่จำเป็นต้องปล่อยไปแล้วนี่”

 

“หมายความว่ายังไงวะ? หรือว่าแกจะสามพี?”

 

“ฉันไม่ได้วิปริตขนาดนั้น...”

 

“นั่นสิ...แล้วตกลงว่าดีดอึนฮยอกหรือจีอาออกจากวงสามพีล่ะ?” ซีวอนถึงกับสำลักอากาศเมื่อถูกเพื่อนถามทะลุกลางปล้องขึ้นมาเสียอย่างนั้น ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาเขาเองก็รู้มาตลอดนะว่าคยูฮยอนมันเป็นคนฉลาด แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะมองอะไรออกขนาดนี้

 

“ไม่ต้องมาสงสัยว่าฉันรู้ได้ยังไง แต่ตอนนี้ขอแค่แกตอบฉันมาว่าแกดีดใครออกก็พอ” นายแบบสุดหล่อถอนใจหนักๆก่อนจะตอบเสียงแผ่ว

 

“...จีอา” คยูฮยอนหันไปมองอึนฮยอกที่กำลังนั่งกินมันฝรั่งทอดแล้วคุยกับบรรดาเพื่อนนายแบบอย่างสนุกสนานก่อนจะหันกลับมามองหน้าเพื่อนตัวเองอีกครั้ง

 

“มีคำจำกัดความอะไรจะบอกฉันเพิ่มไหม?” เป็นอันรู้กันว่าเพื่อนของเขาคงอยากจะรู้สถานะของร่างบางที่นั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องเสียเหลือเกิน ซีวอนจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆหากหนักแน่นเสียจนตากล้องคนเก่งแอบเสียวสันหลังแทนพวกที่ห้อมล้อมอยู่นั่นจริงๆ

 

“เมีย...”

 

 

 

 

 

 

 

“กินโคล่าเยอะๆระวังท้องอืดนะ” อึนฮยอกหัวเราะเมื่อถูกเจสันแซวมาแบบนั้น มือเรียวยกแก้วโคล่าของตัวเองชนกับแก้วเหล้าของอีกฝ่าย

 

“ไม่เห็นจะกลัวเลย อร่อยดีออก” เอ่ยคุยกันเรื่องไปถ่ายแบบที่ต่างประเทศกันอยู่ซักระยะ ร่างบางก็สังเกตเห็นว่าพี่มินวูดูจะหยิบโทรศัพท์มารับบ่อยเหลือเกิน

 

“มีอะไรหรือเปล่าครับพี่มินวู? เหมือนจะมีธุระ?”

 

“อืม...นิดหน่อยหน่ะ แต่ไม่เป็นไรหรอกพี่อยู่เป็นเพื่อนเราก่อนก็ได้ ไหนๆก็รับปากอีทึกไว้แล้วว่าจะดูแลเราให้ดี”

 

“เราก็กลับด้วยกันเลยก็ได้นี่ครับ” ดีเสียอีก เขาเองก็อยากกลับแล้วเหมือนกัน เขาคงจะอารมณ์ดีมากกว่านี้หากทุกการกระทำของเขาได้ไม่ถูกจับจ้องจากใครบางคนที่ยืนตัวสูงอยู่ตรงโน้น มันอึดอัด!

 

“โหย! อะไรอ่ะ นายเพิ่งมาแป๊บเดียวเองนะ อีกอย่างพวกเรากำลังคุยกันสนุกเลยด้วย”

 

“ไว้คราวหน้าก็ได้เจสัน เรายังได้เจอกันอีกหลายครั้งหน่า”

 

“เดี๋ยวฉันจะบินกลับอเมริกาแล้วนะ คืนนี้ก็เหมือนวันเลี้ยงส่งฉันเหมือนกัน ฮยอกกี้จะใจร้ายกับเพื่อนขนาดนั้นเลยหรอ?”

 

“เอ่อ...คือ...”

 

“ให้พี่มินวูกลับไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันดูแลนายเองแล้วจะพาไปส่งบ้านให้ด้วย ยังไงพวกเราก็ต้องกลับรถของโมเดลลิ่งด้วยกันอยู่แล้วจริงไหม?” อึนฮยอกมองนายแบบหนุ่มลูกครึ่งทีมองรุ่นพี่ที่สนิทกันทีอย่างหนักใจ เขารู้ข้อเสียของตัวเองดี...ปฏิเสธใครไม่เป็น  

 

“ก็...ก็ได้” เจสันถึงยิ้มกว้างเมื่อร่างบางพยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย เขาจึงหันไปเอ่ยสำทับกับรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ให้มั่นใจว่าเขาดูแลอึนฮยอกได้จริงๆ มินวูจึงขอตัวออกไปจากงานเลี้ยง และเหลือเพียงเขาสองคนที่โซฟา

 

“มาๆ มาชนกันอีกซักแก้ว” หยิบแก้วโคล่าใส่มือเรียวก่อนจะยกแก้วเครื่องดื่มของตัวเองขึ้นชน

 

“แก้วเก่าของฉันล่ะ?”

 

“น้ำแข็งมันละลายหมดแล้ว บริกรเลยมาเปลี่ยนให้หน่ะ” พยักหน้ารับก่อนจะยกเครื่องดื่มรสซ่าขึ้นจิบ มือเรียวยังคงหยิบฟันฝรั่งทอดมากินระหว่างที่คุยอยู่กับเจสัน ซักพักชายหนุ่มก็ขอตัวไปคุยกับเพื่อนกลุ่มอื่นๆ อึนฮยอกจึงเปิดกระเป๋าหยิบไอโฟนมานั่งเล่นเกมเรื่อยเปื่อยๆ

 

“...?!...” เล่นไปได้ซักพักก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาเสียดื้อๆ ปลายนิ้วนวดคลึงอยู่นานก็ยังไม่หาย รู้สึกคอแห้งจนต้องยกน้ำขึ้นจิบซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่เมื่อยังไม่รู้สึกดีขึ้นเลยลุกขึ้นว่าจะไปล้างหน้าในห้องน้ำ ซึ่งร่างบางเข้าใจว่าตัวเองน่าจะเมากลิ่นบุหรี่จากคนรอบตัวเสียมากกว่าที่จะเป็นอย่างอื่น...

 

“ไปไหน?” อึนฮยอกเงยหน้ามองคนที่ยืนขวางอยู่แล้วก็ขมวดคิ้วฉับ

 

“จะไปห้องน้ำ อย่ายุ่ง” เอ่ยบอกเสียงห้วนก่อนจะเดินหลบไปอีกทาง ซีวอนกำลังจะตามไปแต่ติดมือเรียวที่มาคล้องแขนเขาเอาไว้ กำลังจะหันไปเล่นงานแต่ก็ต้องเปลี่ยนอารมณ์สามร้อยหกสิบองศาเมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้า

 

“ว่าไง...ไม่เจอกันนานเลยสุดหล่อ” ใบหน้าหงุดหงิดพลอยยิ้มตามกลีบปากสีแดงสดนั้นไปด้วย

 

“อ้าว? ไปไงมาไงเนี่ยเฮเลน ผมนึกว่าคุณยังอยู่ที่อิตาลี่เสียอีก”

 

“บินมาหาแดเนียลหน่ะ บอกฉันว่าจะมางานนี้แต่พอมาหาก็ไม่เจอ มันน่าน้อยใจจริงๆ” เอ่ยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะจนชายหนุ่มอดที่จะหัวเราะตามไม่ได้ ยืนคุยกันตามประสาคนไม่ได้เจอกันนานอยู่เป็นนาน ก่อนที่เฮเลนจะขอตัวกลับ เพราะไม่เจอคุณแดเนียลอย่างที่ตั้งใจ ซีวอนจึงหันกลับไปมองที่โซฟาตัวเดิมที่เขายืนจ้องมาตลอดตั้งแต่งานเริ่ม หากคิ้วกลับเข้มขมวดมุ่นเมื่อไม่เจอร่างบางที่น่าจะกลับมานั่งอยู่ตรงนั้นนานแล้ว และที่สำคัญเมื่อกวาดตามองก็พบว่าใครบางคนก็หายไปเช่นเดียวกัน

 

‘ก็แค่อยากบอกว่า...เจสันมันไม่ธรรมดา’

 

“แม่งเอ้ย!”

 

 

 

 

 

 

 

“เฮ่อ...” ถึงกับถอนใจออกมาหนักๆ เมื่อพบว่าหลังจากเดินเซๆมาล้างหน้าได้สำเร็จ เขากลับไม่รู้สึกขึ้นเลย ซ้ำยังมึนหัวหนักกว่าเก่าด้วยซ้ำ มือเรียวยกขึ้นทาบแก้มตัวเองที่กำลังแดงจัดแล้วขมวดคิ้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังมั่นใจว่าเขาไม่ได้เมาแน่ๆ

 

แต่ทำไม...

 

“ฮยอกกี้เป็นอะไรมากหรือเปล่า?” สะดุ้งหันไปมองที่ประตูก่อนจะถอนใจอย่างโล่งอก ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขาหวาดระแวงว่าชเวซีวอนจะเข้าหา โชคดีไปที่เป็นเจสัน...

 

“มึนๆหัวนิดหน่อยเอง น่าจะเพราะกลิ่นบุหรี่ อีกอย่างรู้สึกร้อนๆด้วย เลยคิดว่าถ้ามาล้างหน้าน่าจะโอเคขึ้น”

 

“แล้วตอนนี้เป็นไงบ้าง?” เดินเข้ามาประคองคนตัวเล็กไว้ อึนฮยอกถึงกับสะดุ้งเมื่อถูกอีกฝ่ายแตะตัว คิ้วเรียวยิ่งขมวดเป็นปมแน่น...ไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร

 

“ฮยอกกี้หน้าแดงมากเลยนะ ไม่สบายหรือเปล่า?” คนถูกถามเพียงแค่ส่ายหน้าโดยไม่รู้ตัวแล้วว่าตัวเองได้ตกเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่ายแล้ว

 

“ฉันช่วยให้นายสบายตัวขึ้นได้นะ” นัยน์ตาเรียวเบิกกว้างเมื่ออีกฝ่ายโน้มตัวเข้ามาหาจนผิดปกติ แขนที่มีแรงอยู่น้อยนิดจึงพยายามผลักไสอีกฝ่ายออกไป

 

“ปล่อยนะ!”

 

“ไม่เอาหน่า...อย่าดื้อเลย เดี๋ยวฉันจะช่วยให้นายสบายตัวแถมยังสนุกด้วยนะ” ชัดเจนแล้วว่าอีกฝ่ายมีเจตนาอะไร อึนฮยอกจึงพยายามรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีผลักนายแบบลูกครึ่งออกไป แต่น่าแปลกที่เรี่ยวแรงเขาลดลงเรื่อย ร่างกายก็ร้อนขึ้นเรื่อยๆ...ร้อน...จนอยากจะทำอะไรซักอย่าง...

 

“ไม่!!!” รวบรวมสติสัมปชัญญะเฮือกสุดท้ายตะโกนออกไป แล้วก็รู้สึกเหมือนตัวเองถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนถลาไปปะทะกับใครซักคน นัยน์ตาที่ถูกกลบด้วยม่านน้ำตาพยายามเพ่งมองคนตรงหน้าก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่ว

 

“ซี...วอน”

 

“อย่ามายุ่งเรื่องคนอื่นดีกว่านะ” เจสันที่ตกใจเพราะเหยื่อถูกชิงไปต่อหน้าต่อตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

 

“ฉันไม่ฆ่าแกก็บุญเท่าไหร่แล้ว” แขนแกร่งกระชับร่างในอ้อมกอดแล้วมองราวกับจะฉีกอกนายแบบหน้าใหม่ตรงหน้าให้ตายไปเสียเดี๋ยวนี้ แต่มีหรือที่อ้อยกำลังจะเข้าปากช้างแล้วจะยอมเสียไปง่ายๆ เจสันเตรียมพุ่งเข้าหาซีวอนแต่กลับติดน้ำเสียงเรียบๆที่เอ่ยขึ้นมา

 

“อยากจะทำลายอนาคตตัวเองในชั่วข้ามคืนก็ลองดู...” เมื่อหันไปก็เห็นคยูฮยอนยืนอยู่ตรงประตูห้องน้ำ แต่อะไรก็ไม่เท่ากับกล้องวิดีโอที่อยู่ในมืออีกฝ่าย

 

“ไปซะไอ้หนู ถ้าเพื่อนฉันบอกว่าจะฆ่า ก็หมายความว่ามันพร้อมจะฆ่านายแล้วจริงๆ” ขยับตัวเปิดทางให้เล็กน้อย ซึ่งแน่นอนว่าวงการนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักโจคยูฮยอนกับชเวซีวอน เจสันมองคนตัวสูงด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะวิ่งหลบออกไปเมื่อเทียบแล้วว่าเขาไม่ควรเอาชีวิตนายแบบของเขามาทิ้งง่ายๆเพราะเรื่องแค่นี้

 

“เกือบไปแล้ว” เอ่ยออกมาเบาๆก่อนจะเดินมาดูร่างบางที่ยืนตัวสั่นเกาะซีวอนอยู่ มองดูอาการเพียงครู่ก่อนจะหันไปบอกเพื่อน

 

“ยาปลุก...ฟันธง”

 

“กูจะไปฆ่ามัน!”

 

“ก่อนจะไปฆ่ามัน ฉันว่าแกฆ่าตัวราคะที่เกาะเมียแกให้หมดก่อนดีกว่า ออกไปสภาพนี้ไม่ไหวแน่”

 

“เดี๋ยวฉันจะพาอึนฮยอกไปคอนโด ฝากแกดูทางนี้ด้วย” ช้อนขาอุ้มคนตัวเล็กขึ้นจะพาออกไปจากห้องน้ำ แต่กลับชะงักกันไปทั้งคู่เมื่อยาออกฤทธิ์ไปมากกว่าที่คิด

 

“อ๊ะ...ซี...ซีวอน...” ริมฝีปากบางครางแผ่วก่อนที่มือเรียวจะล