[SF - WonHyuk] Beauty the Series -YOU'RE MINE- 1/2 by kobamura

posted on 16 Jul 2013 20:55 by kobamura in ShortFiction directory Fiction

Title :: You’re Mine!!! -first-

Pairing :: WonHyuk

Author :: kobamura

Rating :: NC-17

Author’s Note :: เรื่องทุกอย่างเป็นเพียงแค่เหตุการณ์สมมติ  อ่านเพื่อความบันเทิงนะคะ

 

มันคือเรื่องราวต่อจาก... Beautiful Body และ Sleeping Beauty ...

 

 

 

 

 

 

“มีงานถ่ายแบบติดต่อมา สนใจหรือเปล่า?” คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจอยู่ที่โต๊ะอาหารเงยหน้ามองพี่ชายที่เพิ่งเดินเข้ามาร่วมโต๊ะ ชเวซีวอนไหวไหล่ก่อนจะยกกาแฟขึ้นจิบ

 

“แล้วพี่ว่าผมสมควรรับไหมล่ะ?”

 

“มันเป็นการถ่ายแบบฉลองครบรอบปีที่เจ็ดของแบรนด์คุณแดเนียล ถ้าพูดถึงความสนิทกันมันก็สมควรจะไปร่วมโปรเจคด้วยนะ อีกอย่างงานนี้ตากล้องชื่อโจคยูฮยอนซะด้วย”

 

“ผมยังติดเลี้ยงข้าวมันอยู่เลย ไม่มีเวลาซักทีทั้งผมทั้งมัน”

 

“ไปวานมันทำอะไรให้ล่ะ ถึงต้องมีเลี้ยงตอบแทน” ชายหนุ่มชะงักก่อนจะเงยหน้ามองพี่ชายที่จ้องเขาราวกับจะจับผิด ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มให้พี่ชายเสียหวานหยด

 

“ประสานงานนิดๆหน่อยๆเองพี่ ไม่มีอะไรหรอก”

 

“ฝากมันง้อจีอาให้หรือไง?” กาแฟแทบพ่นออกจากปากเมื่อพี่ชายจับจุดเรื่องได้ราวกับตาเห็น ร่างสูงเผลอกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาจนฮีซอลต้องขมวดคิ้ว

 

“ไม่ใช่แต่ก็ใกล้เคียง...” พอรู้สึกตัวว่ากำลังทำให้พี่ชายสงสัย ซีวอนจึงชวนคุยเรื่องอื่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ และแน่นอนว่าฮีซอลไม่ได้ติดใจอะไร เพราะพวกเขาไม่ค่อยจะก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวกันอยู่แล้ว

 

“งานใหญ่แบบนี้ นายแบบ นางแบบท่าจะเยอะ”

 

“ธีมคราวนี้คือชายหนุ่มที่หลากหลาย เท่าที่ดูชื่อก็มีแต่ตัวท็อปทั้งนั้น” ได้ยินแบบนั้นก็ดันสนใจขึ้นมาจริงๆ ซีวอนจึงขอแฟ้มจากพี่ชายไปดู นัยน์ตาคมเป็นประกายวาววับเมื่อเห็นชื่อนายแบบคนสุดท้าย

 

 

...อึนฮยอก...

 

 

“ดูท่างานนี้ผมคงพลาดไม่ได้แล้วล่ะพี่ฮีซอล ตกลงผมรับงานนี้ ขอบคุณที่เป็นธุระจัดการให้นะครับ” เอ่ยบอกพี่ชายเป็นชุดยาวก่อนจะลุกขึ้นคว้าเสื้อสูทมาสวมแล้วเตรียมไปทำงานเมื่อเห็นว่าวันนี้เขาสายไปพอสมควรแล้ว หากริมฝีปากได้รูปกลับยิ้มกว้างราวกับคนอารมณ์ดีต่างจากทุกครั้ง อาจจะเป็นเพราะ...เขากำลังจะได้เจอใครบางคน แค่คิดถึงก็ริมฝีปากก็กระตุกยิ้มกว้างหุบไม่ลงเสียอย่างนั้น

 

ไม่เจอกันอาทิตย์นึง ภรรยาสุดที่รักของเขาจะเป็นยังไงบ้างนะ...

 

 

“งานของคุณแดเนียลหรือครับพี่อีทึก?” นัยน์ตาเรียวมองพี่ชายที่เดินมานั่งข้างๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปรับชามผลไม้ที่เพิ่งปอกเสร็จใหม่ๆมานั่งกินระหว่างนั่งดูโทรทัศน์ด้วยกัน

 

“อืม ติดต่อมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ แต่พี่เห็นว่าเราไม่ค่อยสบาย เลยอยากจะมาถามดูก่อนว่าจะรับงานนี้ไหม”

 

“ผมอ่ะนะไม่สบาย?” หันมามองพี่ชายด้วยสายตางงๆ ก่อนจะหลบตาวูบเมื่อพี่ชายตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

 

“ก็ที่หายตัวไปนอนกกแม่สาวคนใหม่มาทั้งวันทั้งคืนไง พี่เตือนแล้วใช่ไหมว่าทำอะไรอย่าหักโหม แล้วเป็นยังไง? ไม่สบายไปสองสามวัน ดีนะที่ช่วงอาทิตย์นี้พี่ไม่ได้รับงานอะไรไว้ ไม่งั้นคงไม่มีทางได้มานั่งกินแอปเปิ้ลสบายใจแบบนี้หรอกจริงไหม?”

 

“เอ่อ...”

 

“แล้วตกลงจะบอกพี่ได้หรือยังว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ใช่คนที่ไปถ่ายแบบที่อิตาลีเมื่ออาทิตย์ก่อนหรือเปล่า?”

 

“เอ่อ...คือ...”

 

“คืออะไร?”

 

“พี่ตอบตกลงไปเถอะครับ ผมไม่เป็นอะไรแล้ว” ตอบเสียงอ่อยก่อนจะนั่งกินแอปเปิ้ลในชามที่กอดเอาไว้เงียบๆ อีทึกมองน้องชายก่อนจะถอนใจ เขาไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับอึนฮยอก ถามอะไรก็ไม่ค่อยจะตอบแถมยังดูเก็บตัวเงียบกว่าแต่ก่อนทั้งที่ปกติก็ออกจะเป็นเด็กไฮเปอร์ ถึงจะอดเป็นห่วงกับอาการน้องชายไม่ได้...แต่ก็นั่นแหละ อึนฮยอกโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว จะให้เขาคอยตามดูทุกฝีก้าวเหมือนตอนเด็กๆก็คงไม่ไหว

 

“งั้น...ถ้าได้ตารางแล้วจะส่งข้อความมาบอกแล้วกันนะ”

 

“ขอบคุณครับพี่”

 

 

 

“เฮ้ยๆ คุณชเว เชิญทางนี้หน่อยสิวะครับ” เมื่อเดินเข้ามาในสตูดิโอยังไม่ทันจะโปรยยิ้มให้สต๊าฟสาวๆครบทุกคนก็ถูกช่างภาพมือทองกวักมือเรียกให้ไปหา

 

“มีอะไรไอ้คุณโจ” เดินมานั่งข้างเพื่อนที่กำลังนั่งขัดถูกล้องตัวโปรดอยู่

 

“ฉันนึกว่าแกจะไม่รับงานนี้ซะอีก เห็นช่วงนี้ยุ่งๆนี่หว่า”

 

“งานสำคัญแบบนี้ แกก็น่าจะรู้ว่าฉันไม่พลาดแน่นอน” คยูฮยอนหรี่ตามองเพื่อนก่อนจะกดชัตเตอร์ใส่ใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังฉายแววเจ้าเล่ห์

 

“ห้ามก่อเรื่องนะเว้ย วันนี้อึนฮยอกก็มีถ่ายแบบที่นี่เหมือนกัน” ซีวอนมองเพื่อนที่พูดดักทางไว้ก่อนจะหัวเราะเบาๆ

 

“แกคิดว่าฉันจะก่อเรื่องอะไร?”

 

“ไม่รู้แหละ แต่เห็นหน้าแกแล้วฉันรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรซักอย่าง” ซีวอนมองเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่อนุบาลด้วยรอยยิ้ม เขาไม่แปลกใจเลยที่คยูฮยอนจะอ่านอะไรบางอย่างในตัวเขาออก มือหนาจึงตบไหล่เพื่อนไม่เบานักเป็นเชิงเตือนกรายๆ

 

“แกมีหน้าที่ถ่ายรูปก็ถ่ายไป อย่ามาจับผิดอะไรนอกเหนือหน้าที่เลย”

 

“จะบอกว่ากูเสือกก็ด่ามาตรงๆเถอะครับ”

 

“ความหมายก็...ตามนั้นแหละ” เอ่ยยิ้มๆก่อนจะเดินไปพักที่ห้องแต่งตัวที่บรรดานายแบบเริ่มทยอยกันมาเรื่อยๆ นัยน์ตาคมกวาดตามองไปรอบห้องระหว่างถูกจัดแต่งทรงผมอย่างอารมณ์ดี

 

ที่รักของเขายังไม่มาอีกหรอเนี่ย...

 

“ขอโทษที่มาสายครับ” อึนฮยอกที่เพิ่งมาถึงเป็นคนสุดท้ายเปิดประตูเข้ามาในห้องพักก่อนจะโค้งขอโทษรอบทิศ เนื่องจากข้างนอกฝนตก จึงทำให้เขามาช้าไปเกือบครึ่งชั่วโมง ทุกคนต่างมองอึนฮยอกด้วยความแปลกตาจนเจ้าตัวเริ่มเก้อเขิน

 

“เอ่อ...หัวทองนี่ดูแปลกๆหรอครับ?” จับปอยผมสีทองก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ ก็คุณแดเนียลบอกว่างานนี้อยากให้ทำผมสีทองมาเพราะเตรียมชุดที่เข้ากันเอาไว้ให้แล้ว เขาก็เลยลงทุนไปย้อมมาให้ แต่พอเจอสายตาทุกคนแบบนี้ ความมั่นใจที่อุตส่าห์สร้างมาเต็มร้อยจากร้านก็แทบละลายหายไปหมด

 

“ไม่หรอกจ๊ะ แค่ดูไม่ชินตาเท่านั้นเอง แต่พอมองนานๆแล้วก็น่ารักดี เหมือนลูกเจี๊ยบเลย” หญิงสาวสไตล์ลิสต์เอ่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะพาร่างบางไปแต่งหน้าทำผม

 

“พี่ฮาราน่าจะเปรียบผมเป็นราชสีห์อะไรแบบนี้มากกว่านะครับ ทำไมถึงเปรียบซะเป็นลูกเจี๊ยบแบบนั้นล่ะครับ”

 

“ตัวเล็กซะขนาดนี้ เป็นลูกเจี๊ยบก็พอจ๊ะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะจับนายแบบตัวน้อยที่งอนจนแก้มป่องทำผมตามแบบที่เตรียมเอาไว้

 

“เดี๋ยวต้องเพ้นต์ลายที่คอกับมือด้วยนะ” เอ่ยคุยกับคนที่เริ่มหยิบไอโฟนขึ้นมาเล่นเกม อึนฮยอกพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เขาทำงานกับทีมของคุณแดเนียลมานานจนสนิทกัน อะไรที่ว่าดีเขาก็เห็นด้วยทั้งนั้นแหละ

 

“เอาล่ะ...เสร็จแล้ว ไปเปลี่ยนชุดที่ห้องโน้นแล้วค่อยมาใส่มงกุฎก่อนเข้าฉากแล้วกัน ชุดสีแดงนะจ๊ะ พี่เขียนชื่อให้ตรงราวแขวนเสื้อเรียบร้อยแล้ว” ร่างบางพยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นบิดขี้เกียจก่อนจะหยิบเสื้อคลุมมาสวม เพราะเมื่อครู่ต้องถอดเสื้อให้เพ้นต์ตรงช่วงคอและมือ กว่าจะรอให้แห้งอีก เล่นเอานั่งหนาวอยู่ตั้งนาน

 

“เสื้ออะไรของคุณแดเนียลเนี่ย” เดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อที่แยกออกมาอีกห้อง เมื่อมองไปรอบๆแล้วก็ไม่เจอใครเลย สงสัยสต๊าฟจะไปช่วยในส่วนที่กำลังถ่ายแบบกันอยู่ตอนนี้ อึนฮยอกจึงเดินตรงไปที่ราวแขวนเสื้อตามที่พี่ฮาราบอก มือเรียวหยิบชุดยาวกรอมเท้าสีแดงสดขึ้นมาเพ่งดู ข้างๆกันเป็นเสื้อคลุมเนื้อบางสีแดงตัวยาวพร้อมเข็มขัดให้อีกหนึ่งชุด เอ้อ...มีรองเท้าสานสีดำให้อีกคู่นึงด้วย

 

ถ้าเป็นชุดสีขาวนี่เขาคงคิดว่าตัวเองได้อิมเมทเป็นนักบุญแน่ๆ

 

เมื่อมองซ้ายมองขวาแล้วไม่เห็นใคร มือเรียวจึงปลดเสื้อคลุมสีขาวออกแล้วคว้าชุดตัวยาวมาสวมอย่างรวดเร็ว ระหว่างที่กำลังให้ความสนใจกับการคาดเข็มขัดก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกสวมกอดจากด้านหลังพร้อมกับแรงกดหนักๆที่ข้างแก้ม อึนฮยอกรีบสะบัดตัวออกมาหันไปมองผู้บุกรุก นัยน์ตาเรียวเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายถนัดตา

 

“แก!” คนถูกเรียกยิ้มกว้างก่อนจะเอียงตัวหลบหมัดที่พุ่งเข้ามาหา มือหนาคว้าแขนเรียวเอาไว้แล้วดึงคนตัวเล็กเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด ซีวอนยิ่งอารมณ์ดีมากยิ่งขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยายามดิ้นให้หลุดออกจากอ้อมกอดของเขาแต่ก็ดูเหมือนจะไร้ผล

 

“ปล่อยนะเว้ย!”

 

“นี่...ไม่เจอกันเกือบอาทิตย์เนี่ย ไม่คิดถึงกันบ้างหรอ? รู้ไหมว่าฉันคิดถึงนายขนาดไหน?” เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มก่อนจะกดจมูกสูดกลิ่นหอมจากซอกคอขาวที่เซ็กซี่ขึ้นอีกโขเพราะลายเพ้นต์

 

“ปล่อยสิวะ!”

 

“แรงยังเหลือล้นนะเนี่ย ฉันก็อุตส่าห์เชื่อที่เขาบอกต่อกันมาว่าหลังจากเข้าหอคืนแรกแล้วสมควรให้คุณภรรยาพักซักอาทิตย์เพื่อให้ร่างกายปรับตัว แต่ดูท่านายคงจะไม่ต้องใช้เวลานานถึงขนาดนั้น...ใช่ไหมจ๊ะ?” มือเรียวยกขึ้นดันอกกว้างเมื่อฝ่ามือร้อนลูบไล้อยู่ที่แผ่นหลัง นึกสาปส่งไปยังพี่อีทึกยันคุณแดเนียลว่าทำไมถึงไม่บอกเขาว่างานนี้มีชเวซีวอนมาด้วย! ไม่งั้นให้ตายเขาก็ไม่รับงานนี้หรอก!!

 

“เพ้อบ้าอะไรอยู่ห๊ะ! ปล่อย! ฉันจะไปทำงาน”

 

“งาน? ฉันก็ต้องทำงานเหมือนกัน” โน้มตัวลงมาหาจนริมฝีปากแทบชิดก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

 

“ฉันถึงต้องรีบมาขอกำลังใจในการทำงานจากนายไง”

 

“พูดบ้าอะ....อื้มมม!!...” ยังไม่ทันได้อ้าปากด่าก็ต้องกลืนคำพูดทั้งหมดไปเมื่อริมฝีปากได้รูปบดเบียดเข้าหาโดยไม่ทันตั้งตัว กำปั้นเล็กทุบอักเข้ากับอกหนาที่ดูจะไม่สะทกสะท้านกับความเจ็บเล็กๆน้อยๆนั้น ซ้ำยังรั้งท้ายทอยให้รสจูบนั้นยิ่งแนบแน่นขึ้น ลิ้นร้อนตวัดต้อนและหยอกเย้าจนคนไม่ประสาหมดแรงขัดขืนอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดจึงยอมถอนริมฝีปากออกมาอย่างเชื่องช้าแล้วจูบกลีบปากอิ่มนั้นเบาๆอีกสองสามครั้ง

 

“นายนี่ชอบให้ฉันปราบพยศอยู่เรื่อย แต่ก็ดีนะ...เร้าใจดี” เอ่ยพลางสำรวจชุดที่อีกฝ่ายสวมใส่ก่อนจะผิวปากหวือ

 

“ชุดน่ารักดีนะ นายนี่เข้ากับชุดกระโปรงจริงๆ” คำบอกนั้นทำเอาร่างบางหน้าแดงจัดจนไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขินหรือโมโห แต่ดูท่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า มือข้างที่เป็นอิสระจึงตวัดฟาดหน้าอีกฝ่ายโดยไม่ทันตั้งตัว

 

“ทำไมฉันยังเจอแกอีกห๊ะ! เมื่อไหร่จะออกไปจากชีวิตฉันซักที!” คนที่กำลังอารมณ์ดีถึงกับหน้าตึงขึ้นมาทันควัน ซีวอนคว้าร่างที่สะบัดตัวจนหลุดแล้วกำลังเดินหนีไปเข้ามาตรึงกับผนัง ออกแรงกดมากขึ้นไปอีกจนร่างที่กำลังดิ้นเบ้หน้าด้วยความเจ็บ

 

“มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องไปจากชีวิตนายล่ะหืม? ไหนตอบมาให้ชื่นใจหน่อยซิ” ยังคงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มแม้ว่าหน้าจะชาไปข้างหนึ่งไปเพราะแรงตบเมื่อครู่ก็ตาม

 

“ถ้าแกแค้นเรื่องจีอามากขนาดนั้น ฉันจะเลิกยุ่งกับจีอาก็ได้ ฉันจะเลี่ยงงานทุกชิ้นที่ต้องทำร่วมกับแกหรือจีอา พอใจหรือยัง? เลิกทำลายชีวิตฉันแบบนี้ซักที! ฉันไม่ชอบ!” ซีวอนมองร่างบางตรงหน้า ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มก่อนโน้มตัวลงไปจูบกลีบปากอิ่มนั้นอย่างหมั่นเขี้ยว คนที่หลบจูบไม่ทันได้แต่ถลึงตาใส่เพราะทำอะไรไม่ได้ นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มหัวเราะออกมา

 

“เรามีเซ็กส์กันมาสองครั้งแล้วนะที่รัก นายยังไม่รู้อีกหรือว่านายหน่ะเป็นของฉันแล้ว”

 

“เป็นบ้าอะไรกันล่ะ! อย่ามาเพ้อเจ้อ!”

 

“สงสัยต้องทำให้รู้ตัวอีกซักครั้งแล้วสิ” เอ่ยจบก็มอบจุมพิตร้อนให้โดยไม่ทันตั้งตัว อึนฮยอกสะบัดดิ้นเพราะกลัวเหตุการณ์จะซ้ำรอยเดิม หากเรี่ยวแรงกลับหดหายไปพร้อมกับแรงดูดดุนที่ปลายลิ้น แขนที่เป็นอิสระที่ทั้งผลักทั้งดันทั้งทุบก็พลอยจะไร้เรี่ยวแรงไปกับจูบปราบพยศของชายหนุ่มเสียจนต้องเปลี่ยนมาเกาะเกี่ยวไหล่กว้างเพราะเหมือนตัวเองจะหมดแรงไปทุกที

 

“อื้อ!” ร่างบางกระตุกตัวอย่างตกใจเมื่อมือหนาสัมผัสกับส่วนอ่อนไหว ถึงแม้จะเพียงภายนอกแต่ในสภาพชุดแบบนี้มัน...แนบชิดเกินไป

 

“ยะ...อย่าทำอะไรบ้าๆนะ...อือออ...” เอ่ยบอกเสียงสั่นเมื่อมือนั้นเริ่มเพิ่มน้ำหนักกระตุ้นอารมณ์หวามให้ปะทุขึ้นทีละน้อย ริมฝีปากบางเม้มแน่นจนเริ่มแดงช้ำ บางครั้งก็เผลอครางออกมาเสียงแผ่วเพราะเกินจะเก็บอารมณ์ไหว

 

“ตอนแรกก็แค่จะมาจูบทักทายเฉยๆหรอกนะ แต่นายทำให้ฉันเตลิดอีกแล้วรู้ตัวไหมคนดี” ใบหน้าหวานส่ายรัวเมื่ออีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงพร่า

 

“มะ...ไม่นะ...”

 

“ถ้าจะห้ามหน่ะ ต้องห้ามด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดมากกว่านี้รู้ไหม?” เอ่ยกระเซ้าก่อนจะโน้มตัวลงไปชิมรสหวานที่แสนติดใจอีกครั้ง สองร่างที่บดเบียดกันจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกับผนังสะดุ้งผละออกจากกันเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู ซีวอนดูจะหัวเสียไม่น้อยผิดกับอึนฮยอกที่แทบจะคุกเข่าขอบคุณพระเจ้า

 

“คุณซีวอน น้องอึนฮยอก แต่งตัวเสร็จกันหรือยังคะ?”

 

“ยังครับ พอดีเราคุยกันเพลินไปหน่อย” เป็นซีวอนที่ตอบกลับออกไป เพราะอึนฮยอกรู้ตัวดีว่าเขาคงจะเสียงสั่นเกินกว่าที่จะพูดให้เป็นปกติได้

 

“คุณซีวอนรีบหน่อยนะคะ อีกสิบนาทีแสตนด์บาย ส่วนน้องอึนฮยอกถ่ายต่อจากคุณซีวอนนะคะ”

 

“ขอบคุณมากครับ เราจะรีบออกไป” เอ่ยตอบไปก่อนจะหันมามองคนที่ยืนพิงผนังไร้เรี่ยวแรง อึนฮยอกมองคนตรงหน้าเพียงครู่เดียวก่อนจะเดินเลี่ยงไปแต่งตัวต่อ ซึ่งก็นับว่าโชคดีที่ซีวอนไม่ได้เข้ามายุ่งอะไรกับเขาอีก

 

หลังจากจัดการกับตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็กะว่าจะรีบชิ่งออกจากห้องเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงจะต้องใช้เวลาเปลี่ยนชุดอีกซักระยะ แต่พอหันหลังไปก็เจอโจทก์ที่ว่ากำลังยืนกอดอกมองเขาอยู่ด้วยชุดที่ทำให้ร่างบางเผลอมองตั้งแต่หัวจดเท้าแล้วก็หน้าแดงขึ้นมาเสียดื้อๆเมื่อเห็นบางอย่างที่นูนเด่นอยู่ในกางเกงสีเขียวมะนาว

 

“มองแบบนั้นฉันคิดนะ” สะดุ้งตัวก่อนจะจิกตาใส่คนที่เอ่ยแซว อึนฮยอกเดินตรงไปที่ประตูก่อนจะร้องเสียงหลงเมื่อถูกร่างสูงกลับมาอยู่ในอ้อมกอด คนที่หน้าแดงอยู่แล้วยิ่งแดงจัดขึ้นไปอีกเมื่อมือของตัวเองวางทาบไปบนมัดกล้ามแน่นตึงจนอดนึกอิจฉาไม่ได้ แต่อะไรก็ไม่ร้ายแรงเท่าส่วนล่างที่ดูจะเสียดสีแนบชิดจนรู้ว่าอีกฝ่ายจงใจแกล้งเขา

 

“ปะ...อื้อ!...” วันนี้อึนฮยอกถูกอีกฝ่ายปล้นจูบจนนับครั้งไม่ถ้วน ดีฟคิสร้อนๆดึงเรี่ยวแรงไปจนอดคิดไม่ได้ว่าเขาจะเหลือพลังงานเอาไว้ให้ทำงานอีกซักเท่าไหร่

 

“พอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวจะไม่ได้ทำงานกันพอดี” เอ่ยติดตลกก่อนจะจูบเบาๆที่หน้าผากมน ซีวอนขยับตัวออกมาเล็กน้อยก่อนจะจัดทรงผมสีทองนั้นให้เขารูป แต่งตัวให้ร่างบางต่ออีกหน่อยแล้วจูงมือพาออกไปจากห้องด้วยกัน

 

สต๊าฟที่เตรียมงานถ่ายแบบอยู่ต่างหันมามองนายแบบสองคนที่เดินออกมาพร้อมกัน ด้วยความต่างของแบบเสื้อผ้าและขนาดตัวของทั้งสองคน ทำให้อิมเมทของชายผู้แข็งแรงกับกับหนุ่มน้อยแสนบอบบางราวอิสตรียิ่งชัดเจนจนทุกคนแทบจะชาบูสายตาอันเฉียบคมของคุณแดเนียลที่ย้ำหนักย้ำหนาว่ายังไงซีวอนก็ต้องมีซีนถ่ายคู่กับอึนฮยอก เล่นออกมาซะเหมาะสมกันแบบนี้ใครจะกล้าจับแยกไปถ่ายกับคู่อื่นกันล่ะ

 

เมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังเป็นจุดรวมสายตาของคนทั้งห้อง อึนฮยอกจึงรีบผละออกไปหาพี่ฮาราที่กำลังเตรียมมงกุฎที่จะให้ใส่ถ่ายแบบในวันนี้ เมื่อหล่อนหันมาเจอนายแบบตัวน้อยก็ยิ้มให้ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น

 

“ไปทำอะไรมาเนี่ย ทำไมกลอสที่พี่ทาให้จนฉ่ำหายไปหมดแบบนี้ล่ะจ๊ะ?” ร่างบางถึงกับใบ้กินไปชั่วขณะ ผิดกับชายหนุ่มที่กำลังเตรียมตัวเข้าฉากที่ยืนยิ้มจนแก้มบุ๋ม และแน่นอนว่างานนี้ช่างภาพโจคยูฮยอนถึงกับหูกระดิกเมื่อได้ยินพี่จูรินที่ดูแลเรื่องเมคอัพของซีวอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงชื่นชม

 

“แหม...ไปแอบเติมกลอสมาแล้วหรือคะเนี่ย เตรียมตัวพร้อมจังเลย” คยูฮยอนหันมองซ้ายทีขวาทีก่อนจะถอนใจหนักๆ

 

 

ดูท่างานนี้ชเวซีวอนจะจัดหนักเกินกว่าที่เขาคาดไว้หลายช่วงตัวทีเดียว

 

 

หลังจากถูกจับใส่มงกุฎพร้อมกับเติมกลอสจนฉ่ำสมใจพี่ฮาราแล้ว อึนฮยอกก็ไม่ได้ไปไหนนอกจากยืนกอดอกมองการถ่ายแบบอยู่ตรงนั้น ถ้าด้วยอาชีพ...เขาชื่นชมชเวซีวอนมานานแล้วนะ สำหรับคนที่อยู่ในวงการธุรกิจระดับสูงแบบนั้นแต่กลับโดดเด่นในงานถ่ายแบบได้ไม่แพ้กัน แต่หลังจากวันนั้น...ความรู้สึกที่เขามีให้ผู้ชายคนนี้มันติดลบจนดิ่งลงเหวไปแล้ว...และเขาก็ไม่คิดจะเรียกมันกลับมาเสียด้วย

 

“วันนี้แต่งตัวซะสวยเชียวนะ” คนถูกทักหันไปมองร่างสูงที่เดินมายืนอยู่ข้างๆก่อนยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง

 

“รุ่นพี่ก็ดูดีไม่เปลี่ยนเหมือนกันนะครับ” มินวูหัวเราะก่อนนะกอดคอรุ่นน้องแล้วดึงเข้าหาทำท่าจะหอมแก้ม ส่วนอึนฮยอกก็หัวเราะคิกพลางผลักอีกฝ่ายออก ท่าทีเหล่านั้นอยู่ในสายตาคนที่กำลังเข้าฉากตลอด คิ้วหนาขมวดเป็นปมแน่น สายตาที่จ้องมองไปแทบจะฉีกอกจนที่มายุ่งของของเขาอยู่รอมร่อ เสียงชัตเตอร์กดอยู่สองสามครั้งก่อนที่คยูฮยอนจะเอ่ยเสียงดัง

 

“ไอ้คุณชเวครับ ไปโกรธใครมาครับ ทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าคน” ได้ผล...เสียงนั้นทำเอาคนสามคนชะงักไปทั้งหมด อึนฮยอกสะดุ้งหันไปมองซีวอนก่อนจะเสหน้าไปอื่น ส่วนมินวูที่ยังเห็นรังสีอัมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มก็เหมือนจะพอเดาอะไรออกเลยเพียงแค่กอดคอรุ่นน้องที่สนิทกันไว้เฉยๆ ส่วนคนที่ถูกเพื่อนแซวก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรนอกจากหันหน้านิ่งๆกลับมามองกล้องแล้วก็ถ่ายแบบมุมอื่นกันต่อไป

 

“รังสีเมื่อกี้มันอะไรกันหน่ะ หึงหรอ?” คนที่เกือบถูกฆาตกรรมทางสายตากระซิบถามร่างบางที่ยืนอยู่ด้วยกัน 

 

“รุ่นพี่ก็พูดเรื่อยเปื่อยนะครับ”

 

“ก็มันรู้สึกแบบนั้นจริงๆนี่หว่า”

 

“ผมว่ารุ่นพี่ถ่ายแบบมาเหนื่อยแล้วล่ะครับ ไปพักที่ห้องเถอะ”

 

“แล้วโกรธอะไรพี่เนี่ย ดูเหวี่ยงๆไม่มีเหตุผลนะเรา” ถูกพูดแบบนั้นเลยเพิ่งรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป อึนฮยอกจึงหันมาโค้งให้รุ่นพี่

 

“ขอโทษครับ ผม...” มินวูมองน้องชายที่อีทึกฝากให้ช่วยดูแลก่อนจะถอนใจเบาๆ มือหนาจึงตบไหล่บางสองสามที

 

“ช่างเถอะ พี่ไม่ได้อะไร แค่แหย่เล่นเฉยๆ” เอ่ยยิ้มๆก่อนจะดันตัวน้องชายให้ไปเข้าฉากเมื่อได้ยินเสียงเรียกให้อึนฮยอกไปถ่ายคู่กับซีวอนแล้ว นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองสองคนที่ยืนอยู่ด้วยกันด้วยครุ่นคิด มันต้องมีอะไรซักอย่างที่ดูเหมือน...

 

ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนจนไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรดี

 

“อันนี้เป็นรีเควสของคุณแดเนียลว่าอยากให้ซีวอนกับอึนฮยอกถ่ายคู่กัน ทั้งที่ความจริงแล้ว...วันนี้ไม่มีใครต้องถ่ายคู่กันเลย” คยูฮยอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะบอกให้ทั้งสองคนเตรียมตัว

 

“คุณแดเนียลนี่คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้...เอ๊ะ...” บ่นงึมงำอยู่คนเดียวก่อนจะสะดุ้งเมื่อถูกกอดเอวจากด้านหลัง กำลังจะหันไปโวยแต่ติดอยู่ที่ซีวอนพยักพเยิดให้หันไปมองตากล้องที่กำลังเตรียมกดชัตเตอร์อยู่ ซึ่งคยูฮยอนก็เพียงแค่ไหวไหล่เมื่อเจอสายตาจิกของอึนฮยอกกลับมา คือ...เขาแค่บอกให้ยืนซ้อนหลัง แต่ไอ้คุณชเวมันดันตวัดแขนกอดเอวไปแล้ว จะด่าว่ามันทำเกินหน้าที่ก็ไม่ได้ เพื่อนกันก็ต้องรักษาหน้ากันนิดนึง ว่าแต่องค์ประกอบมันสวยจริงๆนะเนี่ย...ถ้าเพิ่มอีกหน่อย

 

“อึนฮยอกตวัดแขนซ้ายขึ้นไปรั้งท้ายทอยซีวอนหน่อยได้ไหม ส่วนมือขวาก็วางทับมือซีวอนไว้”

 

“ห๊ะ?!” โวยออกมาได้แค่นั้น แต่พอเห็นว่าทุกคนกำลังมองอยู่ ด้วยความเป็นมืออาชีพเลยต้องทำตามที่ตากล้องบอก กลายเป็นว่าคนที่ดูจะอารมณ์ดีขึ้นมาทันควันคงจะเป็นชเวซีวอนที่เซอร์วิสให้คุณแดเนียลเต็มที่ ด้วยการรั้งร่างบางเข้ามาเสียจนชิด อึนฮยอกถึงกับหน้าแดงเมื่อรู้สึกถึง ‘อะไรบางอย่าง’ ที่ดุนดันอยู่ข้างหลัง

 

“อย่ามาทำอะไรบ้าๆแถวนี้นะ” กระซิบเสียงรอดไรฟันบอกคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ซีวอนหัวเราะ

 

“ฉันทำอะไรหรอ?” โน้มตัวลงไปถามจนจมูกแทบจะแนบกับแก้มเนียน แว่วเสียงสต๊าฟสาวๆกรีดร้องจนซีวอนต้องเงยหน้าขึ้นไปเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่าเป็นอะไรกัน คยูฮยอนมองท่าที่ของเพื่อนแล้วเริ่มจะพอเดาอะไรบางอย่างออก ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ดูจะเกินกว่าที่เขาคิดเอาไว้เยอะทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่าจากคนที่หึงจีอาเอาเป็นเอาตายจนแทบจะวางแผนฆ่าอึนฮยอก จะเปลี่ยนข้างได้สามร้อยหกสิบองศาแบบนี้

 

หลังจากได้รูปคู่จนคิดว่าน่าจะหนำใจคุณแดเนียลแล้ว คยูฮยอนจึงเอ่ยอัญเชิญคนหล่อที่สุดในไปพักผ่อนแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้มันมากชิ้นกว่านี้ ซึ่งเขาคาดว่าซีวอนน่าจะแกล้งอะไรอึนฮยอกซักอย่างก่อนจะเดินออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เล่นซะสะดุ้งตัวขนาดนั้น...จับก้นหรือเปล่าวะ?

 

“คุณโจ จะถ่ายรูปไหม นั่งเหม่ออะไรอยู่หน่ะ” ตากล้องคนเก่งหันไปมองสไตล์ลิสที่ยืนอยู่ข้างหลังก่อนจะหัวเราะแห้งๆ แล้วเริ่มงานถ่ายแบบต่อไป นัยน์ตาคมมองร่างบางในชุดสีแดงผ่านเลนส์ของกล้องพลางใช้ความคิด

 

ไปหลงเสน่ห์กันตรงไหนตอนไหนวะเนี่ย...

 

TBC.

Comment

Comment:

Tweet

2016ก็ยังอ่านอยู่ค่ะ cry

#2 By แวะมาอ่านรอบที่ร้อย (171.5.241.199) on 2016-01-24 04:49

หลงเสน่ห์ตอนอยู่บนเตียงนั่นแหละเจ้าคลูเอ๋ย 5555+ ตาวอนเลยไปไหนไม่รอด เพราะติดเจ้าลูกเจี๊ยบตัวน้อย >\\<

#1 By pep (171.96.61.29) on 2013-07-21 08:48