[SF - WonHyuk] Beauty the Series -SLEEPING BEAUTY- by kobamura

posted on 24 Feb 2013 19:35 by kobamura in ShortFiction directory Fiction

Title :: Sleeping Beauty [Beautiful body special]

Pairing :: WonHyuk

Author :: kobamura

Rating :: NC-17

Author’s Note :: เรื่องทุกอย่างเป็นเพียงแค่เหตุการณ์สมมติ  อ่านเพื่อความบันเทิงนะคะ

 

โอ๊ะ...


 

 


 

 

 

ลักหลับมันจะตื่นเต้นขนาดไหนนะ?

 

 


 

หลังจากยืนกัดปากชั่งใจอยู่เพียงครู่ ร่างสูงก็หย่อนตัวนั่งลงที่ขอบเตียง ไล้ปลายนิ้วลากผ่านตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจนถึงต้นขาขาว ผิวเนื้อนุ่มลื่นมือกระตุ้นให้ลูบไล้ไม่รู้เบื่อ ซีวอนถึงกับหัวเราะในลำคอเมื่อคนที่กำลังอยู่ในนิทราส่งเสียงเหมือนหงุดหงิดแล้วพลิกตัวหันหลังไปคว้าหมอนมากอด ท่านอนสุดแสนจะยั่วยวนทำให้ม้าหนุ่มคึกคักขึ้นมาทันที ยิ่งเห็นน้ำรักของตัวเองที่เปรอะเปื้อนอยู่ตรงช่องทางลับเลยไปจนถึงโคนขาด้านใน ซีวอนก็ตัดสินใจได้ในทันทีว่ามันต้องมียกสอง!

 

ร่างสูงขยับตัวขึ้นคร่อมร่างบางที่นอนคว่ำกอดหมอนนอนหลับไม่รู้เรื่อง จมูกโด่งซุกไซร้ซอกคอหอมกลิ่นเหงื่ออ่อนๆจนคนที่อยู่ข้างใต้ครางประท้วงเบาๆ ถึงแม้จะพยายามขยับตัวหนีแต่ก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของคนที่กำลังรุกล้ำอยู่ดี

 

“เรามาลองอะไรที่มันตื่นเต้นกว่ากันหน่อยดีไหม...หืม?” กระซิบถามก่อนจะกดจูบหนักๆที่ไหล่เนียน นิ้วยาวแตะเบาๆที่ช่องทางลับแล้วกดลึกเข้าไปเพื่อสำรวจช่องทางรุ่มร้อนนั้นอีกครั้ง

 

“อือ...” รอยยิ้มจุดขึ้นที่ริมฝีปากได้รูปเมื่อสะโพกบางขยับรับกับสัมผัสที่เขาเป็นคนปลุกเร้าโดยไม่รู้ตัว

 

“นายนี่น่ารักเอาเรื่องอยู่นะเนี่ย” กดจูบหนักๆที่ซอกคอขาวไล่ไปตามลาดไหล่เนียน เรียวนิ้วขยับสร้างความคุ้นเคยอีกไม่กี่ครั้งก่อนจะถอนออกมาอย่างเชื่องช้า เสียงครางอืมพร้อมกับสะโพกบางที่ขยับตามราวกับเสียดายนั้นจุดรอยยิ้มจากร่างสูงได้ไม่ยาก

 

“แค่นิ้วมันไม่ถึงใจหรอกอึนฮยอกกี้ มันต้องเป็นอะไรที่ล้ำลึกกว่านั้น” เอ่ยบอกก่อนจะพลิกตัวคนที่ยังคงนอนหลับสนิทให้นอนหงาย เผยให้เห็นรอยรักแดงระเรื่อที่เขาฝากไว้ทั่วผิวเนียนนุ่ม ยิ่งเห็นก็ยิ่งหลงใหล ผิวขาวๆกับรอยแดงๆนี่มันช่างเข้ากันได้ดีจริงๆ

 

“เรื่องนี้คงจะโทษใครไม่ได้ โทษเสน่ห์ของตัวนายเอาเองก็แล้วกันนะ…” เอ่ยชวนคุยราวกับอีกฝ่ายรับรู้ถึงการกระทำทุกอย่างด้วย แต่เปล่าเลย...อึนฮยอกยังคงหลับสนิท ขาเรียวถูกจับให้ตั้งชันเผยให้เห็นช่องทางสีระเรื่อ ซีวอนอมยิ้มก่อนจะขยับตัวลงทาบทับ จุมพิตเบาๆที่ขมับชื้นเหงื่อแล้วส่งความแข็งขืนแทรกเข้าไปในช่องทางรุ่มร้อนนั้นอย่างช้าๆ

 

“อือ...” คนที่กำลังอยู่ในห้วงนิทราขมวดคิ้วมุ่นพลางครางประท้วง ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นทำให้ร่างข้างใต้ขยับตัวหนี มือเรียวป่ายปัดไปมาก่อนจะวางทาบบนอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแล้วพยายามดันอีกฝ่ายออกด้วยแรงอันน้อยนิด

 

“ขมวดคิ้วมุ่นเลย ฝันเห็นอะไรอยู่หรอ?” ดันกายเข้าไปจนสุดแล้วก้มลงจุมพิตเบาๆที่หน้าผากชื้นเหงื่อ ร่างสูงนิ่งค้างไว้แล้วมองคนที่นอนหลับทำหน้ายุ่งด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

ถ้าตื่นขึ้นมาจะทำหน้าแบบไหนกันนะ?

ชักตื่นเต้นแล้วสิ

 

 

 

“อือ…” แรงเสียดสีเบื้องล่างก่อให้เกิดความร้อนรุ่มเกินทานไหว ริมฝีปากบางจึงเผยอครางเสียงแผ่ว พร้อมกับขยับกายหนีอย่างอึดอัด และแน่นอนว่าซีวอนมองการกระทำนั้นด้วยรอยยิ้มเอ็นดู เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าอึนฮยอกจะทนได้อีกนานแค่ไหน

 

“อือ…อือ…” แรงขยับที่เร่งเร้าขึ้นเรื่อยๆทำให้ร่างข้างใต้สั่นไหว เสียงครางเบาๆในลำคอทำให้ร่างสูงรู้สึกดีอย่างน่าประหลาด ฝ่ามืออุ่นจึงเข้ากอบกุมส่วนอ่อนไหวที่เริ่มมีของเหลวใสเอ่ออยู่ตรงส่วนปลายก่อนจะขยับรูดช้าๆ แล้วปฏิกิริยาที่ได้รับก็ทำเอาซีวอนยิ้มแก้มปริ

 

“อ๊ะ…อา…อา…” สะโพกบางเดาะขึ้นรับกับจังหวะชักนำของเขาทุกครั้ง กลีบปากบางเผยอครางเสียจนต้องโน้มตัวลงไปชิมรสหวานที่เขาเริ่มจะติดใจ ลิ้นร้อนตวัดรุกเร้าเสียจนร่างบางหอบสะท้าน อกบางแอ่นรับสัมผัสเบาๆจากปลายนิ้วที่เค้นคลึงกระตุ้นอารมณ์อยู่ไม่ห่าง แรงกระตุกเบาๆเป็นการบอกกลายๆถึงปลายทางของร่างขาวเนียน ซึ่งชายหนุ่มไม่แกล้งรั้งอารมณ์อีกฝ่ายไว้อย่างที่คิดเอาไว้ตอนแรก ซีวอนหยุดการขยับกายแล้วปรนเปรอร่างบางให้ด้วยฝ่ามืออย่างเต็มที่ ไม่นานเสียงหวานก็กรีดร้องพร้อมกับของเหลวขุ่นก็พรั่งพรูออกมาเต็มฝ่ามือและนั่นก็พร้อมๆกับเปลือกตาบางที่ลืมโพลงขึ้นมาราวกับคนสะดุ้งตื่น

 

“อ๊ะ!” คนที่เหมือนเพิ่งจะหลุดออกจากฝันรีบยันตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะร้องเสียงหลง เมื่อรู้สึกหน่วงๆบริเวณช่วงล่างที่ยังถูกรุกรานอยู่ ด้วยความที่เพิ่งจะตื่นขึ้นมาอึนฮยอกจึงเกาะกล้ามแขนอีกฝ่ายไว้เป็นหลักยึดกันตัวเองหงายหลังลงไปกับเตียงและยังประมวลผลได้ไม่ดีนักว่าตัวกำลังเป็นอะไร จนกระทั่งได้ยินเสียงทักทายจากคนที่คร่อมทับอยู่ด้านบนนั่นแหละ…

 

“ตื่นแล้วหรอ?”

 

“หือ?” ท่าทีเหมือนคนกำลังงงๆจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกยิ่งทำให้ซีวอนนึกเอ็นดูคนตรงหน้าเข้าไปใหญ่

 

 

 

ยิ่งน่าเอ็นดูก็ต้องยิ่งแกล้งให้เยอะๆใช่ไหมล่ะ?

 

 

 

“อือ…อ๊ะ…อา…” มือเรียวจิกเข้ากับต้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของคนที่เริ่มขยับกายอีกครั้ง ขาเรียวข้างหนึ่งถูกยกขึ้นพาดบ่าก่อนที่ร่างสูงจะโน้มตัวลงมาใกล้ และนั่นยิ่งทำให้ซีวอนสามารถเข้ามาได้ลึกและหนักหน่วงมากกว่าทุกครั้ง นัยน์ตาเรียวเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาอยู่แค่คืบและเริ่มเข้าใจสถานการณ์แล้วว่าตัวกำลังถูกทำอะไร

 

“กะ…แก…”

 

“พูดไม่เพราะเลย”

 

“แม้แต่ในความฝันของฉัน…อ๊ะ…แกยังตามมาหลอกหลอน…อะ…ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!” ซีวอนแทบอยากจะลงไปนอนขำกลิ้งเมื่อร่างบางเข้าใจว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความฝัน เอาวะ…เล่นกับแม่คุณเขาหน่อยแล้วกัน

 

“ทำไมล่ะ? ดีจะตายไป เราได้เป็นของกันและกันทั้งในความจริงแล้วก็ความฝันเชียวนะ…” มือที่กำลังออกแรงดันอกกว้างชะงักไปเมื่อได้ยินคำบอกแสนบาดหูนั้น

 

“หุบปากไปเลยนะ!” อึนฮยอกส่งสายตาอาฆาตก่อนจะปล่อยหมัดซัดเข้าเต็มแก้มเรียกได้ว่าซีวอนเห็นดาววิ่งวิ๊งๆรอบศีรษะเลยทีเดียว มือหนายกขึ้นแตะแก้มที่ปวดหนึบของตัวเองก่อนจะกระตุกยิ้ม

 

“ไม่มีใครสอนหรอว่าเวลาที่เสียเปรียบอยู่เต็มประตูแบบนี้อย่ามาทำเป็นเหิมเกริม?!” ถอนกายออกอย่างรวดเร็วจนคนที่นอนอยู่ต้องกัดปากแน่นแต่ก็ยังมีเสียงครางเล็ดลอดออกมาอยู่ดี ยังไม่ได้ทันได้ตั้งตัวอะไรคนตัวเล็กก็ถูกกระชากตัวให้ลุกขึ้นมานั่งคุกเข่า ข้อมือเล็กทั้งสองข้างถูกกำไว้แน่นจนพยศไม่ได้

 

“กะ…แกจะทำอะไรห๊ะ?!”

 

“กลัวหรอ?” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เมื่อเห็นท่าทีตกใจของคนตรงหน้า

 

“ใครจะไปกลัวคนแบบแก ดีแต่ลอบทำร้ายคนอื่น!” อืม…ยังปากดีไม่ตก มันน่าปราบพยศซะให้เข็ด

 

“ก็ดี…ใจกล้าๆแบบนี้ค่อยโอเคหน่อย” กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ทั้งที่ยังปวดแก้มไม่หาย มือหนาโอบเข้าที่เอวบางก่อนจะออกแรงกระชากจนอีกฝ่ายถลาเข้ามาซบกับอกกว้างของตัวเอง

 

“อ๊ะ!” ร่างบางสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือหนาบีบหนักๆเข้าที่บั้นท้ายอย่างไม่คิดจะเกรงใจเจ้าของที่พยายามดันตัวให้ออกห่างอกแน่นๆนี้แม้แต่น้อย

 

“เดี๋ยวจะทำให้อ้าปากด่าไม่ออกเลย…จะยอมให้แค่…เสียงครางอย่างเดียวเท่านั้นนะ…รู้ไหม?” งับเบาๆเข้าที่ติ่งหูนุ่มก่อนจะฝังหน้าลงกับซอกคอขาวแล้วกดจูบหนักๆจนเกิดเป็นรอยแดงสีระเรื่อ

 

“ปล่อยนะเว้ย!”

 

“พูดไม่เพราะอีกแล้ว”

 

“สำหรับแกหน่ะ…อื้อ!...” เถียงยังไม่ทันจะจบประโยค มือหนาก็ช้อนท้ายทอยแล้วรั้งใบหน้าหวานให้เงยขึ้นรับจุมพิตที่แสนจะดุดัน ลิ้นเล็กถูกตวัดต้อนไปมาจนอ่อนแรง สุดท้ายก็ต้องยอมให้อีกฝ่ายหยอกล้อจนกว่าจะพอใจแล้วถอนริมฝีปากออกมาอย่างเชื่องช้า ซีวอนมองคนที่ทรุดลงไปนั่งหอบไร้เรี่ยวแรงแล้วยิ้มอย่างเอ็นดู

 

“รู้แล้วใช่ไหมว่าต้องทำตัวแบบไหนถึงจะไม่ถูกทำโทษ?”

 

“อย่ามาทำวิปริตกับฉันแบบนี้นะ!”

 

“หืม?” อุทานเสียงสูง ก่อนจะใช้สองมือประคองใบหน้าหวานให้เงยขึ้นมาสบนัยต์ตาคมที่จ้องมองอยู่

 

“วิปริตตรงไหน ก็แค่ทำรัก นายก็ออกจะโอเคจะตายไป ครางไม่หยุดเลยนี่” หมัดลุ่นๆง้างขึ้นเตรียมตะบันหน้าอีกฝ่ายแต่ดูเหมือนซีวอนจะเดาทางออก มือหนาคว้าข้อมือทั้งสองข้างไว้ก่อนจะกดคนตัวเล็กกว่าลงกับเตียง

 

“ฉันไม่เคยปล่อยให้ใครมาทำร้ายฉันซ้ำซากนะ”

 

“แกจะทำแบบนี้ทำไม! เราไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อนด้วยซ้ำ!”

 

“ไม่มี? เข้าใจพูดเอาตัวรอดนี่...”

 

“ถ้าเรื่องของจีอา เขาบอกฉันเองว่าเลิกกับแกแล้ว มันไม่ผิดนี่ที่ฉันจะคบกับผู้หญิงที่ฟรีแล้ว”

 

“อืม...มันก็ถูกของนายนะ”

 

“แล้วมาทำบ้าๆแบบนี้กับฉันทำไม!”

 

“เอาจริงๆไหมล่ะ...” พอเห็นอึนฮยอกหยุดดิ้นแล้วมองเขาเหมือนกำลังรอคำตอบ ยิ่งเห็นนัยต์ตากลมๆฉายแววอยากรู้อยากเห็นก็ยิ่งหมั่นเขี้ยว ซีวอนจึงเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มขำๆ

 

“ตอนแรกก็แค่หมั่นไส้นิดๆหน่อยๆ กะจะแค่แกล้งเล่นๆไม่ได้จริงจังอะไร แต่ใครใช้ให้นายทำฉันเตลิดเปิดเปิงแบบนี้ล่ะ ช่วยไม่ได้นะที่จะต้องบอกว่า...ตอนนี้ฉันติดใจนายเข้าแล้วหน่ะสิ”

 

“ไอ้...ไอ้บ้า!!” เหตุผลฟังขึ้นมากๆไอ้ม้าเปรต! อึนฮยอกสะบัดตัวไปมาราวกับบ้าคลั่ง หวังว่าแรงทั้งหมดตอนนี้คงจะพอช่วยให้เขาหลุดจากคนบ้าคนนี้ได้ แต่ดูเหมือนจะคิดผิด

 

“ถ้านายดื้ออีกนิดฉันจะเล่นไม้แข็งแล้วนะ” ใครจะไปสนใจฟังล่ะทีนี้ ซีวอนได้แต่ถอนใจฉิวๆแล้วกดแรงที่จับข้อมือกดลงไปอีก ได้ผลเมื่ออึนฮยอกชะงักแล้วร้องออกมาเสียงดัง

 

“โอ้ย!”

 

“ก็บอกแล้วว่าอย่าดื้อ ต้องให้ลงโทษจริงๆใช่ไหมถึงจะยอมเชื่อฟังกันหน่ะ” รวบข้อมือทั้งสองข้างขึ้นก่อนจะใส่กุญแจมือหนังให้อีกครั้ง อึนฮยอกดิ้นพล่าน

 

“ปล่อยนะเว้ย! ไอ้บ้า! ไอ้โรคจิต! ไอ้คนวิปริต!” คนถูกด่าล็อตใหญ่เพียงแค่กระตุกยิ้มแล้วเอื้อมมือมาบีบคางเรียวเบาๆ

 

“ปากแบบนี้นี่...ต้องสั่งสอนยังไงกันนะ?” นัยน์ตาเรียวไหววูบเมื่อเห็นแววตาที่นึกสนุกของอีกฝ่าย อยากจะดิ้นหนีให้หนักๆแต่ก็ติดที่ร่างสูงสมส่วนขยับมานั่งคร่อมอยู่ตรงอก แกนกายที่อยู่ห่างเพียงคืบทำให้อดหวั่นใจในความบ้าของอีกฝ่ายไม่ได้

 

“อ้อ...ลืมบอกไปอย่างนึงว่าผู้หญิง ‘ของพวกเรา’ ชอบใช้ปากนะ ถ้านายเรียนรู้ไว้ มันต้องยอดเยี่ยมมากแน่ๆ...จริงไหม?” ใบหน้าหวานซีดเผือดเมื่อเจอหายนะลอยอยู่ตรงหน้า หยาดน้ำตาเริ่มคลอหน่วยเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกทำลายศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดี

 

“โอ๋ๆ เบะปากซะแล้ว” แต่นั่นยิ่งทำให้ซีวอนดูจะชอบใจเข้าไปใหญ่ มือหนาจึงประคองแก้มนุ่มทั้งสองข้างแล้วขยับตัวลงจะจูบหน้าผากเนียนซักฟอด แต่ร่างบางกลับเอียงใบหน้าหนีแล้วตวาดเสียงดัง

 

“อย่ามาทำอะไรแบบนี้นะ!”

 

“เอ้า! หรือนายจะทำ?” เจอมุขนี้เข้าไปก็พูดอะไรไม่ออก ยิ่งเหลือบไปเห็นความแข็งขืนของอีกฝ่ายที่อยู่ไม่ห่าง ใบหน้าหวานก็ยิ่งซับสีเลือดฝาดเข้าไปอีก ซีวอนมองท่าทีนั้นแล้วก็ยิ่งเอ็นดูเข้าไปใหญ่

 

 

 

ให้ตายเถอะ...

แค่ไม่กี่ชั่วโมงที่เราอยู่ด้วยนี่นายทำให้ฉันหลงได้ขนาดนี้แล้วหรืออึนฮยอก?!

 

 

 

“ลองดูก็ไม่เสียหายไม่ใช่หรอ? ทีฉันยังทำให้นายจนเสร็จเลยนะวันนี้หน่ะ” อึนฮยอกถึงกับถลึงตาใส่คนพูด พูดออกมาได้ไม่อายปาก!

 

“แล้วฉันไปขอร้องให้แกทำทุเรศๆแบบนั้นกับฉันหรือไงไอ้บ้า!” คนถูกด่าเพียงแค่ไหวไหล่ก่อนจะก้มลงมาหาจนริมฝีปากแทบแตะกับกลีบปากบางที่เม้มแน่นเพราะกลัวจะถูกเขาจู่โจม

 

“ก็...เห็นแล้วมันอยากทำนี่” กระซิบตอบก่อนจะกดจูบเบาๆแล้วผละออกมาตามเดิม

 

“ไม่ลองดูหน่อยหรอ? เดี๋ยวอาจจะติดใจเหมือนฉันก็ได้นะ” คนถูกกระเซ้าถามถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนจะตวาดลั่น

 

“ไม่!!!!!!!!!”

 

“ฮู้ว~...ดุจังแม่เสือ” มองคนที่ถูกมัดอยู่กับหัวเตียงแล้วอดที่จะแซวไม่ได้ ร่างสูงกอดอกมองคนที่กำลังกระชากกุญแจมือที่ติดกับหัวเตียงอย่างหงุดหงิดแล้วกลัวข้อมือขาวๆจะเป็นรอยเสียจริง

 

“นี่...ถ้าแค่อ้อนดีๆนะ ฉันก็ปล่อยให้แล้ว กระชากไปก็ไม่หลุดหรอก มีแต่มือนั่นแหละที่จะเจ็บ” คนน่ารักถึงกลับตวัดมองตาเขียวปั้ด ให้ตายเขาก็ไม่เชื่อ!

 

“มองแบบนี้นี่ไม่เชื่อหรอ?” ค่อยๆโน้มตัวลงมาหาคนที่กำลังนอนดิ้นอยู่ แขนแกร่งสอดเข้าไปโอบแผ่นหลังเนียนแล้วรั้งร่างบางเข้ามาแนบชิดกับร่างกายของตัวเอง อึนฮยอกยิ่งออกแรงดิ้น

 

“ให้ความร่วมมือหน่อยไม่ได้หรือไงคนสวย มีเซ็กส์แบบนี้มันเหมือนข่มขืนยังไงไม่รู้ดิ อยากได้แบบสมยอมอ่ะ” เอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะร้องสุดเสียงเมื่อถูกแม่เสือกัดเข้าให้เต็มเขี้ยวที่หัวไหล่

 

“โอ้ย!!!”

 

“ไอ้ทุเรศ!!!”

 

“บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าดื้อ! ฉันไม่อยากรังแกนายนะ!” เผลอใจดีหน่อยไม่ได้เชียวนะแม่คุณ ชอบให้ปราบพยศหรือไงนะ

 

“แล้วที่แกทำอยู่นี่มันต่างกันตรงไหนวะ!” สะบัดแขนทั้งสองข้างที่ถูกยึดไว้อย่างเอาเป็นเอาตายยิ่งกว่าเดิม เจ็บก็เจ็บวะ ขอแค่มันหลุดก็พอแล้ว

 

“ฮึ่ย!” คนหล่อถอนใจอย่างหัวเสีย ก่อนจะหาทางหยุดความบ้าของอีกฝ่าย มือหนาจึงเลื่อนไปยังจุดที่ต่ำกว่าแล้วใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆที่ช่องทางที่เขาเพิ่งถอนกายออกมาเมื่อครู่ อึนฮยอกกระตุกเฮือก

 

“หยุด...อื้อ~” สะโพกมนเดาะขึ้นอย่างลืมตัวเมื่อปลายนิ้วสอดเข้ามาในช่องทางภายในและเริ่มขยับเข้าออกอย่างชำนาญ ริมฝีปากบางเม้มแน่นเมื่ออีกฝ่ายกำลังหยอกล้อกับจุดหวามไหวภายในร่างกายอย่างสนุกสนาน ซีวอนมองคนที่หยุดดิ้นแล้วนอนน้ำตาคลอด้วยรอยยิ้ม เขาตัดสินใจเพิ่มนิ้วเข้าไปอีกนิ้วก่อนจะโน้มตัวลงมาจูบเบาๆที่หางตา

 

“ร้องไห้อีกแล้ว ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่านายเป็นคนเจ้าน้ำตา”

 

“อื้อ...เอานิ้วแกออกไปนะ!”

 

“เอาออก? ทั้งที่ตัวนายนั่นแหละที่ดูดนิ้วฉันไว้แน่นขนาดนี้เนี่ยนะ?” เอ่ยกระเซ้าเสียงหวานก่อนจะขยับนิ้วเร็วขึ้น อึนฮยอกถึงกับปล่อยเสียงครางออกมาอย่างสุดจะกลั้น นัยน์ตาคมจ้องมองกลีบปากที่บวมช้ำแล้วอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปลิ้มรส ผู้ถูกกระทำทำได้เพียงครางประท้วงอยู่ในลำคอ ลิ้นร้อนที่ตวัดหยอกล้ออยู่ในโพรงปากอีกทั้งปลายนิ้วที่ขยับรุกเร้าอยู่เบื้องร่างทำเอาสมาธิของร่างบางกระเจิงไปไหนต่อไหน...หมดสิ้นซึ่งแรงต่อต้าน

 

“แบบนี้น่ารักกว่าเยอะเลย” ถอนปากออกก่อนจะเอ่ยชมคนที่นอนหอบอยู่ นัยน์ตาเรียวตวัดมองอย่างแค้นเคือง

 

“ไม่ต้องมาพูดมาก! อยากจะทำอะไรก็ทำ! ยังไงฉันก็สู้อะไรแกไม่ได้อยู่แล้วนี่ ทำให้เสร็จๆแล้วก็ออกไปจากชีวิตฉันซักที ถ้าแกไม่อยากตาย”

 

“ปากดีจัง...” แลบลิ้นเลียกลีบปากอิ่มเบาๆก่อนจะกดจูบหนักๆจนร่างบางครางอืมในลำคอ

 

“ในเมื่อขอมาแบบนี้ก็จัดไปอย่าให้เสียนะจ๊ะที่รัก” ถอนนิ้วออกอย่างเชื่องช้าแล้วแทนที่ด้วยสิ่งที่มีขนาดใหญ่กว่า เรียวขาขาวถึงกับกระตุกเมื่อรับรู้ถึงบางอย่างที่กำลังดุนดันเข้ามาในร่างกาย เปลือกตาบางหลับลงและภาวนาให้ทุกอย่างจบลงโดยเร็วที่สุด แล้วเขาจะไม่มีทางเฉียดเข้าใกล้ชเวซีวอนอีกตลอดชีวิต!       

 

“ฮึก...อื้อ...” แทบไม่ต้องรอให้ปรับตัวเพราะร่างกายนี้ถูกเตรียมพร้อมไว้แล้วตั้งแต่ศึกรักครั้งแรก ชายหนุ่มเริ่มขยับกายเข้าออกทันทีที่ดันตัวเองเข้าได้จนสุด และดูเหมือนอึนฮยอกเองก็น่าจะผ่อนคลายกว่าครั้งแรกมากด้วยช่องทางที่ไม่ได้บีบเกร็งอย่างที่เคยเป็น

 

“รู้สึกดีจัง...” ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปหาคนที่นอนกัดปากกลั้นเสียงครางอยู่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า

 

“อะ...ไอ้บ้า...อือ...”

 

“ฉันไม่เคยมีอะไรกับใครแล้วรู้สึกดีขนาดนี้จริงๆนะ...แม้แต่กับจีอาก็เถอะ” ยกขาเรียวขึ้นพาดบ่าแล้วแทรกกายเข้าหาหนักหน่วงขึ้น...ลึกยิ่งขึ้น จนร่างบางต้องลืมตาขึ้นมองและเมื่อสบกับนัยน์ตาคมที่ทอดมองอยู่ก่อน ใบหน้าหวานกลับร้อนวูบขึ้นมาเสียอย่างนั้นแล้วก็เป็นอึนฮยอกที่ต้องหลบสายตาไปทางอื่น

 

“พูดมาก! อื้อ~!” เปิดปากด่าได้ไม่เกินสามวินาทีก็ต้องเปลี่ยนเป็นเสียงครางอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อจมูกโด่งซุกไซร้อยู่ตรงซอกคอขาวแล้วกดจูบสร้างรอยรักสีระเรื่อเป็นทางยาวไปจนถึงหัวไหล่เนียน อีกทั้งฝ่ามือร้อนที่เฝ้าเคล้นคลึงยอดอกที่แข็งเป็นตุ่มไตอยู่ไม่ห่าง คงไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเจ้าตัวอีกแล้วว่า...ตอนนี้เขากำลังเคลิบเคลิ้มไปกับสิ่งที่ซีวอนปรนเปรอให้ขนาดไหน ถึงแม้จิตใจด้านหนึ่งจะกู่ร้องกว่าเขากำลังถูกทำลายศักดิ์ศรี แต่คำว่าสัญชาตญาณก็สามารถสลายความคิดทุกอย่างไปหมดสิ้น

 

 

น่าขายหน้าเสียจริง...  

 

 

“ซะ...ซีวอน...อื้อ...” ลิ้นร้อนที่กำลังตวัดเลียยอดอกสีชมพูหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงครางเรียกชื่อของตัวเองโดยที่ไม่ต้องร้องขอ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองนัยน์ตาเรียวที่ทอดมองเขาด้วยดวงตาหวานเชื่อม ซึ่งเจ้าตัวเหมือนจะรู้ตัวเลยเสไปมองทางอื่น ซีวอนจึงหยุดขยับกายแล้วโน้มตัวไปหาคนที่นอนหันหน้าหนีอยู่

 

“ไม่มองต่อหรอ? ฉันอยากให้นายมองนะ” เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงทำเป็นหลับตานิ่ง มือหนาจึงปลดกุญแจมือหนังปล่อยแขนเรียวเป็นอิสระ อึนฮยอกจึงหันกลับมามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม แต่แล้วก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อถูกดึงให้เปลี่ยนท่าขึ้นมานั่งคร่อมตักกว้างทั้งที่แกนกายร้อนยังคงอยู่ในร่าง ริมฝีปากบางเผยอครางเสียงแผ่ว

 

“อึก...” เมื่อทิ้งตัวลงนั่งก็ต้องกัดปากแน่น ความรุ่มร้อนที่แทรกลึกเข้ามามากยิ่งกว่าทุกครั้งทำให้รู้สึกเหมือนเขารับตัวตนของอีกฝ่ายเข้ามาในร่างกายทั้งหมด แขนที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระก็ดูจะไร้เรี่ยวแรงจนต้องโอบรอบคออีกฝ่ายเอาไว้หลวมๆ ความอ่อนล้าที่เกิดจากกิจกรรมทางเพศที่นานเกินไปทำให้อึนฮยอกทิ้งตัวลงซบกับไหล่กว้างอย่างล้าแรง

 

“ทำให้มันจบๆเสียทีได้ไหม ฉันไม่ไหวแล้ว เลิกทรมานกันซักที...” เอ่ยบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังไปกว่าเสียงกระซิบ ซีวอนจึงหันไปจูบเบาๆที่เส้นผมนุ่มของคนที่ซบอยู่กับไหล่ของตนเอง มือหนาจึงประคองสะโพกมนแล้วช่วยให้ร่างบางขยับกายขึ้นลง  

 

“อื้อ...อะ...อ๊า...” ความร้อนที่ระอุขึ้นมาในร่างกายอีกครั้งนั้นมันเกินจะทานไหว หากสัญชาตญาณก็ชี้นำทางว่าต้องไปให้ถึงจุดหมาย แขนเรียวจึงตวัดโอบไหล่กว้างก่อนจะเริ่มขยับกายด้วยตนเอง จากเชื่องช้าแล้วเริ่มเร่งจังหวะมากขึ้น...มากขึ้น ใบหน้าหวานที่ซุกอยู่กับไหล่กว้างหอบกระชั้น และเผลอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเมื่อมือหนากอบกุมส่วนอ่อนไหวของตนเองและเริ่มขยับรูด

 

“พร้อมกันนะ...” เอ่ยเสียงพร่ากับร่างที่เขากกกอดอยู่ จะว่าไปก็อดแปลกใจตัวเองไม่ได้...เขาเองก็ผ่านสังเวียนรักมาเยอะ แต่ยอมรับเลยจริงๆว่าไม่มีครั้งไหนที่ทำให้เขาตื่นเต้นไปทุกการกระทำเหมือนกับครั้งนี้เลย หรืออาจจะเป็นเพราะว่า...อึนฮยอก...อย่างนั้นหรอ?

 

“ซีวอน...ไม่...ไม่ไหว...อ๊ะ...อา...”

 

“อึนฮยอก...อึก...” ร่างบางกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงเมื่อถึงฝั่งฝันไปก่อนคนแรก แรงบีบที่ช่องทางร้อนรุ่มนั้นก็ส่งผลมาถึงร่างสูงด้วยเช่นกัน ชายหนุ่มขยับเพียงไม่กี่ครั้งก็ส่งหยาดน้ำรักเข้าสู่ร่างในอ้อมกอดจนล้นปรี่ ทั้งคู่ต่างนั่งหอบอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน และดูเหมือนจะเป็นอีกครั้งที่อึนฮยอกหมดสติไปหลังจากเสร็จกิจกรรมรัก

 

“ชิ่งหลับไปก่อนอีกแล้วนะ” จูบเบาๆที่ข้างขมับชื้นเหงื่อก่อนจะประคองร่างบางให้นอนลง ชายหนุ่มค่อยๆถอนกายออกมาอย่างเชื่องช้าแล้วโน้มตัวลงจูบหน้าผากเนียนอีกครั้ง นัยน์ตาคมทอดมองร่างบางแปลกไปจากที่เคยเป็นมา และครั้งนี้เขามั่นใจในความรู้สึกของตัวเองว่ามันชัดเจนมากกว่าทุกครั้งเช่นกัน...

 

 

อึนฮยอกเป็นคนของเขา

 

 

[…R….R…R…]

 

เสียงโทรศัพท์ดึงความคิดของซีวอนออกจากอึนฮยอก ร่างสูงก้าวลงจากเตียงก่อนจะหยิบบ๊อกเซอร์มาสวมลวกๆแล้วรีบเดินไปรับโทรศัพท์เพราะกลัวร่างบางจะงัวเงียตื่นขึ้นมา กะจะด่าคนที่โทรมาไม่ดูเวล่ำเวลา แต่พอเห็นปลายสายเป็นเพื่อนสนิทก็เลยยกเลิกแผนการฉะไป เพราะยังไงที่เรื่องวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดีก็เพราะการช่วยเหลือจากหมอนี่เนี่ยแหละ

 

“ว่าไง...คยูฮยอน”

 

[เฮ้ย…จีอาเปลี่ยนใจไปนอนค้างบ้านเพื่อนนางแบบอีกคนเรียบร้อยแล้วนะ]

 

“เออ...ขอบใจมากที่ช่วยจัดการให้”

 

[แล้วทางนั้นเป็นยังไงบ้าง? แกคงไม่ได้แกล้งอะไรเขามากใช่ไหม? ยังไงก็คนมีชื่อเสียงอยู่ในวงการเดียวกันนะเว้ย]

 

“แหม…แกคิดว่าฉันใจร้ายขนาดนั้นเชียว?”

 

[ก็แค่เตือนไว้ เผื่อจะปะทะคารมกันไปมาแล้วชกกันหน้าพัง เดี๋ยวจะเสียงานกันหมด]

 

“ฉันไม่ทำอะไรสิ้นคิดแบบนั้นหรอกหน่า”

 

[เออๆ โทรมารายงานแค่นี้แหละ ไปนอนดีกว่า ซัดข้าวบาร์เลย์ไปเยอะเหมือนกัน]

 

“อืม ขอบใจมาก วันหลังจะพาไปเลี้ยงขอบคุณแล้วกัน” เอ่ยขอบคุณก่อนจะกดตัดสาย ยสายก่อนจะจะณชายหนุ่มยืนมองโทรศัพท์เครื่องหรูในมือสลับกับร่างขาวเนียนที่นอนหลับอยู่บนเตียงก่อนจะอมยิ้ม

 

 

 

นอนกอดกันไปถึงเช้าท่าจะได้อารมณ์ไปอีกแบบเหมือนกันนะ

 

 


 

END.

 

 

edit @ 24 Feb 2013 20:01:34 by kobamura

Comment

Comment:

Tweet

อ๊ากกกกกกก เรียกเลือดมากกกกก

#4 By AllRise407 on 2013-04-09 15:15

  ฟินมากกว่าบิวตีู้ฟูลบอดี้อีกอ่าา

#3 By Mook fishyfishy on 2013-03-09 18:09

คยูเห็นวอนเป็นคนยังไงกัน
วอนเค้าไม่ชอบใช่กำลังหรอกเนอะ
มาต่อไวไวนะคะจะรอ

#2 By 129kh (103.7.57.18|118.173.227.147) on 2013-02-28 20:15

ชอบตั้งแต่บิวตี้ฟูลบอดี้ละค่าาา
พอมาต่อตอนนี้ฟินกว่าเดิมอีก
แล้วยิ่งช่วงนี้ฮยอกแจเบะปากบ่อยนี่เพิ่มอรรถรสในการอ่านมาก55555

ขอบคุณที่มาต่อให้นะคะ><

#1 By 0117 (103.7.57.18|115.87.67.63) on 2013-02-24 23:52