[SF - WonHyuk] Beauty the Series -BEAUTIFUL BODY- by kobamura

posted on 20 Feb 2013 18:04 by kobamura in ShortFiction directory Fiction

Title :: BEAUTIFUL BODY

Pairing :: WonHyuk

Author :: kobamura

Rating :: NC-17

Author’s Note :: เรื่องทุกอย่างเป็นเพียงแค่เหตุการณ์สมมติ  อ่านเพื่อความบันเทิงนะคะ

 

กรุณาดูภาพประกอบ นั่นแหละ...เหตุผล

 

 

 

“นิตยสารเจเอสสตาร์ฉบับหน้าเขาขอเปลี่ยนนายแบบนะ” คนที่กำลังนั่งจิบกาแฟอ่านรายงานของบริษัทเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายที่พ่วงตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวก่อนจะเลิกคิ้วสูง ไหนว่าฉบับหน้าเขาได้ขึ้นปกยังไงล่ะ?

 

“พอดีเปลี่ยนธีมหน่ะ แล้วก็หานายแบบได้แล้วด้วย ก็เลยโทรมายกเลิกแต่เนิ่นๆ” คนที่นั่งอ่านตารางงานในออกาไนเซอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนอะไร อาจจะเป็นเพราะพวกเขาไม่ได้รู้สึกจริงจังมาตั้งแต่ต้นล่ะมั้ง

 

“อะไรนะ?....เดือนนี้ผมถูกแคนเซิลงานมาสี่งานติดแล้วนะพี่ฮีซอล”

 

ความจริงสำหรับนักธุรกิจร้อยล้านที่มีงานอดิเรกเป็นการรับงานถ่ายแบบบ้างเล็กๆน้อยๆ การถูกแคนเซิลงานเรียกได้ว่าไม่ได้มีผลกระทบต่อรายได้เขาแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้ชเวซีวอนทายาทนักธุรกิจในกลุ่มชเวกรุ๊ปทั้งหมดรู้สึกเสียเซล์ฟขึ้นมาตะหงิดๆอาจจะเป็นเพราะเสียงเล่าลือในวงการที่ออกมาเป็นระลอกๆว่า...

 

เขากำลังจะตกกระป๋องในไม่ช้า!

 

“ทำใจเถอะ ปีนี้นายแบบตัวเล็กๆมาแรง ยิ่งพวกตัวเล็กมาดแมนๆนะ โอย...นิตยสารวิ่งไล่จับกันให้วุ่น” จัดการตารางงานในออกาไนเซอร์เสร็จก็โยนไว้ที่โต๊ะเล็กหน้าโซฟา มือเรียวหยิบชากุหลาบขึ้นมาจิบอย่างสบายอารมณ์ ไม่ได้สนใจต่ออาการฮึดฮัดของน้องชายแม้แต่น้อย

 

“เทรนบ้าๆ แล้วนี่พี่รู้หรือเปล่าว่าใครได้งานนี้ไป” ในใจหน่ะมีชื่อนึงไว้อยู่แล้ว แต่ก็หวังอยู่ลึกๆว่าจะไม่ใช่…

 

“อึนฮยอก” ร่างสูงถอนใจเฮือกใหญ่เมื่อได้ยินชื่อศัตรูตัวฉกาจ ความจริงเขาสองคนก็ยังไม่ได้มีเรื่องอะไรกันโดยตรงหรอกนะ เพียงแต่ว่าไอ้สี่งานที่เขาถูกแคนเซิลกลับได้หมอนี่เข้ามาเสียบแทนทั้งหมดเลยหน่ะสิ! มันก็เลยเกิดหมั่นไส้ขึ้นมาเสียดื้อๆจนอดที่จะค่อนขอดไม่ได้

 

“เนื้อหอมเหลือเกินนะ”

 

“ก็เหมือนกับแกตอนที่เข้าวงการนายแบบมาใหม่ๆนั่นแหละ” นิตยสารเล่มล่าสุดที่อึนฮยอกเป็นนายแบบถูกโยนมาตรงหน้าร่างสูง หน้าปกเป็นภาพชายหนุ่มเปลือยอกซึ่งมีเพียงเสื้อสูทสีดำคลุมไหล่ไว้ข้างหนึ่ง นัยน์ตาคมไล่มองตั้งแต่โครงหน้าเรียวที่เชิดขึ้นลงมาจนถึงอกอิ่มตึง ริมฝีปากได้รูปกระตุกยิ้มเมื่อเห็นหน้าท้องของอีกฝ่าย

 

“นี่คิดว่ามีดีให้โชว์แล้วใช่ไหม?” เอานิ้วจิ้มตรงจุดเกิดเหตุให้พี่ชายดู ฮีซอลมองตามแล้วยักไหล่เมื่อรู้ดีว่าน้องชายกำลังเล่นงานจุดบกพร่องตรงไหน

 

“ใครเขาจะมีซิคแพ็คเป็นลอนชัดเหมือนแกล่ะพ่อนักกล้าม! บอกแล้วไงว่าตอนนี้เขากำลังฮิตนายแบบตัวเล็กมีกล้ามเนื้อพอกรุบกริบ(?) ฉันว่าเซ็กซี่แบบเฉี่ยวๆดีออก รู้ไหมว่านิตยสารเกลี้ยงแผงตั้งแต่วางวันแรกเลยนะ กระแสตอบรับดีขนาดนี้งานไม่เข้าก็คงแปลก” ฝ่ายพี่ชายพออวยสรรเสริญคนที่อยู่บนหน้าปกเสร็จก็คว้านิตยสารไปนั่งดูที่โซฟา พร้อมกับเอ่ยปากชมศัตรูในวงการของน้องชายไม่ได้หยุดปาก ซีวอนถอนใจหนักๆก่อนจะปิดแฟ้มเอกสาร เปิดลิ้นชักหยิบกุญแจรถ กระเป๋าเงิน และโทรศัพท์มือถือก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

 

“อ้าว...แล้วนั่นแกจะไปไหน” ฮีซอลที่กำลังเพ้อกับนายแบบตัวน้อย(?)หันมามองน้องชายที่เดินตรงไปที่ประตูไม่พูดไม่จา

 

“ไม่มีอารมณ์ทำงานแล้ว ไปหาจีอายังดีกว่านั่งฟังพี่เพ้อของแปลก”

 

“เห็นว่าเพิ่งทะเลาะกันมาไม่ใช่เหรอ?”

 

“ถึงต้องรีบไปง้อนี่ไงล่ะ คนนี้ผมจริงจังนะพี่” จีอาเป็นลูกสาวคนเดียวของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี สำหรับเขาประเด็นไม่ได้อยู่ที่ฐานะทางการเงิน เพราะแค่ลำพังเขาตอนนี้ก็สามารถดูแลจีอาได้แบบสุขสบายยิ่งกว่าใครๆอยู่แล้ว แต่ที่เขาจริงจังกับผู้หญิงคนนี้เพราะพวกเขาเข้ากันได้ดีในหลายๆอย่างทั้งไลฟ์สไตล์หรือแม้แต่....เรื่องบนเตียง

 

“เออๆ จะไปไหนก็ไปเถอะ” ชายหนุ่มโบกมือลาพี่ชายที่ยังไม่หยุดดูนิตยสารเล่มเสียที เห็นแล้วหงุดหงิดชอบกล อยากจะเจอตัวจริงเหมือนกัน จะแน่ซักแค่ไหนกันนะถึงได้หาญกล้าขึ้นมาเทียบรัศมีชเวซีวอน!

 

 

มือหนาประคองกุหลาบแดงช่อโตเดินออกมาจากลิฟต์อย่างอารมณ์ดี จีอาชอบดอกกุหลาบสีแดง ยิ่งถ้าถูกเข้าช่อด้วยกระดาษสีขาวจะยิ่งชอบเป็นพิเศษ ชายหนุ่มมองสร้อยเพชรเส้นงามที่ถูกคล้องไว้ตรงกุหลาบสี่ห้าดอกตรงกลาง เขายืนจัดให้มันเข้าที่เข้าทางก่อนจะหยิบคีย์การ์ดรูดเข้าไปในห้อง

 

ห้องพักบนคอนโดหรูใจกลางกรุงเป็นห้องที่เขากับจีอาช่วยกันเลือกไว้สำหรับใช้เวลาส่วนตัวร่วมกัน จึงไม่แปลกที่สไตล์การตกแต่งห้องจะเป็นแบบที่พวกเขาทั้งสองคนชอบ ชายหนุ่มวางช่อดอกไม้ไว้ที่เคาท์เตอร์ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นรินน้ำมาดื่ม เมื่อกี้เขาเห็นรองเท้าบูทมีส้นวางอยู่ข้างรองเท้าคู่โปรดของแฟนสาว สงสัยจีอาจะพาเพื่อนนางแบบมาเยี่ยมห้อง ริมฝีปากได้รูปยกยิ้ม ดีเหมือนกัน...การง้อแบบมีพยานรู้เห็นเปอร์เซ็นต์สำเร็จมีสูงกว่า จีอาคงไม่ใจร้ายกับเขาต่อหน้าเพื่อนหรอก

 

เมื่อผละออกมาจากส่วนของห้องครัว ซีวอนก็เดินไปที่ห้องรับแขก บรรยากาศภายในห้องเงียบเชียบทั้งที่ความจริงน่าจะครึกครื้นพอสมควร หรือว่าจะออกไปช็อปปิ้งกัน? แล้วรองเท้าสองคู่นั่นล่ะ?

 

“อืมมมม”

 

“ดีจังเลยค่ะ...อา~” ร่างสูงหันขวับไปที่ประตูห้องนอนเมื่อความเงียบจากภายนอกทำให้ได้ยินเสียงรอดออกมาจากห้องนอนที่ปิดไม่สนิท ขายาวก้าวไปจนชิดแล้วมองลอดเข้าไปตามรอยแยกของประตู

 

บนเตียงคิงไซส์ที่เขาเป็นคนซื้อมาและใช้มันเป็นสังเวียนรักกับแฟนสาวอยู่บ่อยครั้ง บัดนี้กลับมีไอ้หนุ่มหน้าไหนไม่รู้กำลังคลุกวงในทำหน้าที่แทนเขาโดยที่หญิงสาวก็ดูจะเต็มใจเสียเหลือเกิน เสียงหวานส่งเสียงครางไม่ได้หยุดเมื่อชายหนุ่มกำลังปรนเปรอสวาทให้อย่างร้อนแรง ขาเรียวถูกยกขึ้นพาดบ่าที่ดูสมส่วนกว่า ลักษณะการขยับตัวทำให้ซีวอนรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังสอดใส่เข้าไปช่องทางรักของหญิงสาว

 

“อ๊า~ ....อึนฮยอก...ลึกอีก...” ซีวอนรู้สึกเหมือนตัวชาวาบไปชั่วขณะเมื่อได้ยินชื่อของชายชู้ ขีดความโกรธพุ่งทะลุเพดานเมื่อศัตรูในวงการขยับฐานะขึ้นเป็นมารหัวใจ!

 

“ว๊าย!!!” บานประตูเปิดผลัวะพร้อมกับสองร่างที่กอดก่ายกันอยู่บนเตียงผละออกจากกันด้วยความตกใจ จีอารีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัว ผิดกับอึนฮยอกที่ยืนเปลือยอยู่ข้างเตียงขมวดคิ้วมองผู้บุกรุกที่เข้ามาขัดจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็มอย่างน่าโมโห

 

“คุณมีอะไรจะอธิบายกับการลากชู้เข้ามาในห้องของเราไหมจีอา!” คนถูกกล่าวหาชักสีหน้าก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นไม่แพ้กัน

 

“ชู้อะไรกันคะ! ฉันกับคุณเราเลิกกันไปแล้ว การที่ฉันจะมีคนใหม่ก็ไม่ได้ผิดอะไรนี่คะ” ราวกับถูกน้ำเย็นสาดใส่จนหน้าชา เลิกกันไปแล้ว? บ้าหน่ะ! พวกเขาแค่ทะเลาะกันนิดหน่อยแล้วพอดีเขามีงานที่บริษัท ส่วนจีอาไปถ่ายแบบที่ต่างประเทศ ก็เลยห่างกัน...แค่อาทิตย์เดียวเท่านั้นเองนะ!

 

“จีอา...คุณ...”

 

“ตอนนี้ฉันกำลังคบอยู่กับอึนฮยอก แต่ถ้าคุณไม่พอใจที่ฉันมาใช้ห้องนี้ ฉันกับอึนฮยอกก็จะไปหาห้องพักใหม่สำหรับเราสองคน” เอื้อมมือไปคว้าแขนชายหนุ่มที่หยิบเสื้อคลุมที่ตกอยู่ข้างเตียงมาสวมแล้วดึงให้มายืนใกล้ๆ เป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่าหล่อนเลือกใคร

 

นัยน์ตาคมไล่มองคนตัวบางที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำของเขา ด้วยขนาดตัวที่ต่างกันเสื้อคลุมเลยเลื่อนตกไปที่หัวไหล่ข้างหนึ่ง ริมฝีปากได้รูปกระตุกยิ้มร้าย

 

“ไม่น่าเชื่อนะว่าคุณจะเปลี่ยนสเปคไป...” ตวัดสายตาขึ้นมามองฝ่ายตรงข้ามด้วยสายตาหยันๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาอึนฮยอกแทบจะกระโดดข้ามเตียงมาตะบันหน้าให้หายแค้น

 

“...ขนาดนี้”

 

“เฮ้ย! แกหมายความว่าไงห๊ะ!” ซีวอนเพียงแค่หัวเราะฮึในลำคอก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอน อึนฮยอกถอนใจฮึดฮัดก่อนจะแกะมือหญิงสาวออกแล้วตามออกไปคุยในแบบลูกผู้ชายอกสามศอก(?)

 

“พูดกันให้รู้เรื่องสิวะ! มองฉันแบบนั้นแกหมายความว่ายังไง!” คนที่เดินลิ่วๆจู่ๆก็หันกลับมาหยุดยืนประจันหน้า ทำเอาคนที่ตามมาหยุดไม่ทัน ร่างบางที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามพอกรุบกริบ(?)จึงชนกับอีกฝ่ายอย่างจัง แต่ด้วยศักดิ์ศรีความเป็นชายจึงไม่มีใครยอมถอยให้ใคร

 

“แล้วคิดว่าฉันมองนายยังไงกันล่ะ...หืม?” ก้มลงมองคนที่กำลังเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาหาเรื่อง ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มอย่างนึกสนุก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยุง่ายพอสมควร

 

บอกตามตรงว่าผิดคาดไปหน่อยเพราะอึนฮยอกในความคิดของเขาน่าจะตัวสูสีกับเขาพอสมควรถ้าคะเนจากภาพหน้าปกที่พี่ฮีซอลให้ดูเมื่อเช้า แต่คนที่อยู่ตรงหน้ากลับตัวบางร่างน้อย แถมผิวยังขาวยังกับน้ำนม สงสัยไอ้ผิวสีแทนในรูปนั่นใช้ตัวช่วยแน่ๆ นัยน์ตาเรียวเล็ก ปากนิด จมูกหน่อย ถ้าบอกว่าเป็นเพื่อนสาวของจีอาเขายังจะอยากเชื่อมากกว่า แต่นี่อะไร...จีอาบอกเลิกเขาแล้วเลือกของที่มองปราดเดียวก็แยกเพศไม่ออกแบบนี้เนี่ยนะ?! เส้นความมั่นใจในความเพอร์เฟคของตัวเองดิ่งลงเหวจนน่าตกใจ

 

“นายมีอะไรดีกันนะ...อึนฮยอก” เอ่ยกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนจะเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก ปล่อยให้อีกฝ่ายยืนงงเพราะไม่เข้าใจกับท่าทางของแฟนเก่าของผู้หญิงของตัวเอง อึนฮยอกส่ายศีรษะแรงๆแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องนอนเมื่อแว่วเสียงเรียกของคนรัก เห็นฉากรักไปเต็มตาแบบนั้นหมอนั่นคงไม่มารบกวนเขากับจีอาอีก แต่ว่านะ...เขาไม่ชอบสายตาของชเวซีวอนเท่าไหร่ มันแปลกๆชอบกล

 

ร่างสูงก้าวขึ้นรถก่อนจะกระชากยานพาหนะคู่ใจออกสู่ท้องถนน ปลายคิ้วเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะก่อนจะกระตุกยิ้มเมื่อมีอะไรดีๆแวบเข้ามาในความคิด ชายหนุ่มลอบเลียริมฝีปากเมื่อแผนการในหัวค่อยๆไล่เรียงเป็นฉากเป็นตอน รู้สึกตื่นเต้นจนรอถึงวันลงมือไม่ไหว

 

อยากรู้ว่ามีอะไรดีก็ต้องสำรวจสินะ

ฉันจะทบต้นทบดอกให้เต็มที่เลยอึนฮยอก!

 


 

 

บานประตูเปิดออกพร้อมกันร่างบางที่เพิ่งเสร็จจากงานถ่ายแบบเดินเข้ามาในห้อง รองเท้าบูทคู่โปรดถูกถอดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ กระเป๋าเป้ใบเก่งถูกวางไว้ที่เคาท์เตอร์ครัวก่อนที่มือเรียวจะเปิดตู้เย็นรินน้ำดื่มแก้กระหาย

 

หมวกสีดำถูกถอดวางไว้ที่โต๊ะเล็กหน้าโซฟา คนที่เพิ่งมาเหนื่อยๆเอนกายลงนอนกับโซฟาอย่างสบายอารมณ์ วันนี้จู่ๆก็มีข้อความจากจีอาบอกให้มารอที่ห้อง ความจริงตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นเขาก็ไม่ค่อยอยากจะมาที่ห้องนี้เท่าไหร่ แต่ในเมื่อคนรักขอร้องให้มาเขาก็ต้องตามใจอยู่แล้ว

 

“คงไม่แจ็คพ็อตอีกหรอกนะ” เปรยกับตัวเองเบาๆก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบรีโมทโทรทัศน์มาหาอะไรดูฆ่าเวลาระหว่างรอหญิงสาวคนรัก มือเรียวยกขึ้นปิดปากหาวหวอด วันนี้ก็ไม่ได้ถ่ายแบบสมบุกสมบัน ทำไมถึงได้ง่วงแบบนี้นะ...

 

.

.

.

.

.

 

คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อรู้สึกเหมือนมีแสงสว่างสาดเข้ามารบกวนการนอนของตัวเองเป็นระยะ เปลือกตาบางกระพริบถี่พลางขยับตัวจะลุกขึ้นแต่ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อแขนทั้งสองข้างถูกรวบไว้เหนือศีรษะ แต่ที่สำคัญ...คนที่ยืนถือกล้องยิ้มกริ่มอยู่ตรงปลายเตียงนั่น

 

ชเวซีวอน!

 

“แกทำบ้าอะไรวะ!” ตะคอกถามคนที่กำลังยกกล้องขึ้นปรับโฟกัส อึนฮยอกเผลอหรี่ตาเมื่อแสงแฟรชวาบขึ้นพร้อมกับเสียงกดชัตเตอร์

 

“อืม...รูปร่างแบบนี้จะว่าไปก็ดูดีไปอีกแบบนะ” เหลือบตาลงตามอีกฝ่ายก่อนจะร้องเสียงหลงเมื่อเสื้อยืดสีขาวแขนยาวที่ใส่มาอันตรธานหายไปจากตัวเขาแล้ว

 

“หาไอ้นี่อยู่หรอ?” มือหนาชูเสื้อให้คนที่นอนอยู่บนเตียงดูพลางยักคิ้วกวนๆ ซีวอนปล่อยเสื้อลงกับพื้นก่อนจะขึ้นมาบนเตียง ร่างสูงเลือกที่จะนั่งคร่อมทับหน้าท้องเรียบของคนที่กำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เท่านี้อึนฮยอกก็ขยับตัวไปไหนไม่ได้แล้ว

 

“ปล่อยฉันนะ!”

 

“ยิ้มหน่อยสิ เดี๋ยวรูปออกมาไม่สวยนะ” ปรับกล้องลงเพื่อถ่ายรูปในมุมสูง ตากล้องกิตติมศักดิ์ยกยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นนัยน์ตาเรียวฉายแววดุดันราวกับจะเผาเขาให้เป็นจุลเดี๋ยวนั้น...อ่า...มองผ่านเลนส์กล้องนี่ได้อารมณ์ชะมัด

 

“ทำอะไรหน่ะ! อ๊ะ!” อึนฮยอกพยายามจะหันตัวหนีแต่ก็ทำไม่ได้เพราะถูกล็อคเอาไว้ เผลอเกร็งตัวแน่นเมื่อหัวแม่โป้งเคล้นคลึงแผ่วเบาที่ยอดอก ปลายนิ้วยาวกดเบาๆที่แผงอกได้รูปไล่ลงมาจนถึงหน้าท้องสมส่วน

 

“อกตึงแน่นดีจริงๆ ถึงจะไม่มีซิกแพ็ค แต่ก็ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ” หัวเราะออกมาเบาๆเมื่อลูบมือผ่านหน้าท้องบางจนหดเกร็งเห็นเป็นลอนอ่อนๆ เห็นแล้วหมั่นเขี้ยวพิลึก ร่างสูงโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูแผ่วเบา

 

“รู้สึกยังไงบ้างที่ถูกทำแบบนี้บนเตียงที่นายเคยนอนกับ[อดีต]คนรักของฉัน” ใบหน้าเรียวหันหนีเมื่อลิ้นร้อนแลบเลียขบเม้มใบหูไล่ลงมาจนถึงซอกคอขาว สร้างรอยแดงระเรื่อไว้ประปราย ก่อนจะผละออกมาแล้วยกกล้องขึ้นถ่ายผลงานที่ตัวเองทำไว้

 

“อายทำไม มองกล้องหน่อยสิ” เอ่ยยั่วเย้าคนที่กำลังโกรธจั